งานหนังสือกรุงเทพ 2556

ช้าไปหน่อย งานมันจบไปแล้วซึ่งความจริงก็ไปงานหนังสือมานานแล้วแหละ ตั้งแต่วันที่ 31 เดือนที่แล้ว แต่อยู่ค่ายไม่ได้มีเวลาเขียนเท่าไหร่ ครั้งนี้ซื้อมาเจ็ดเล่ม ซึ่งมากกว่าทุกครั้งที่เคยไปมา อ่อ ไม่นับพวกสมัยเด็กที่ไปซื้อโดราเอมอนเล่นละ 45 มาหกเจ็ดเล่มนะ อันนั้นไม่นับ ช่วงหลังๆไปเอง เพราะไม่อยากลำบากที่บ้าน ซึ่งก็ได้มาดังนี้

เล่มแรก “JUSTICE ความยุติธรรม” เล็งไว้ตั้งแต่งานหนังสือคราวก่อนละ พึ่งได้ซื้อ เกี่ยวกับความยุติธรรม //อืม ไม่บอกก็รู้ คือยังไม่ได้อ่านนะ ก็เลยบอกไม่ได้

“กาลีสุตรา” ของลุงวินทร์ จากตามที่ @srakrn ก็บอกไว้ว่า เหมือนอัฐสุตรา เกี่ยวกับจักรวาลวิทยา แต่อ่านง่ายกว่า ก็ยังไม่ได้อ่านเหมือนกัน รอก่อนๆ

“เส้นสมมุติ” ของลุงวินทร์เหมือนกัน เนื่องจากหนังสือค่อนข้างแอ็บแสตร็กจึงบอกได้ยากว่าเกี่ยวกับอะไร

อันนี้ของแถม ตอนแรกคิดว่าเป็นหนังสือจริงๆ แบบ โอ้ว บูธลุงวินทร์เขาแจกหนังสือกันเป็นเล่มๆเลยหรอ สักพักเปิดมาก็ อ้าว!! เป็นสมุดเปล่า สมุดโน้ตนะ แหม่ๆ อุตส่าห์นึกว่าจะได้ของฟรีแล้วแท้ๆ =w=

หนังสือเล่มนี้ราคา 20 บาท ซื้อมาจากขอทานที่นั่งอยู่ตรงทางขึ้นลงรถไฟฟ้าใต้ดิน คือ ตอนนั้นผมกำลังจะเดินออกไปขึ้น MRT แต่เห็นมีหนุ่มสาวคู่นึงกำลังนั่งมุงอะไรบางอย่างอยู๋ ผมก็นะ สงสัย ทำหน้าจี้จัง ก็เลยเดินไปดู เป็นคุณลุงขอทานที่เขียนกระดาษแปะไว้ว่า “เมื่อขอทานเขียนหนังสือ” อืมๆ ผมก็เลยลองไปนั่งคุยกับลุงดู แล้วก็ลองซื้อมาเล่มนึง คนเขียนเนี่ยเป็นครูมาก่อนเลยนะ แต่ด้วยเนื่องจากความใจดีก็เลยให้ยืมเพื่อนไปสามล้านมั้ง จำไม่ได้ แล้วกลายเป็นตัวเองติดหนี้แทนเพื่อน ทุกวันนี้ทางบ้านต้องจ่ายคืนให้ ลุงเขาก็เลยหนีออกมาจากบ้านมาเขียนหนังสือขายแบบนี้ละ

หนังสือของลุงนั้นก็เขียนดี เขียนสไตล์คนไทยโบราณนะ แบบว่า เขียนภาษาอังกฤษแบบคำอ่านภาษาไทย บางคำยังเขียนผิดๆอยู่ อ่านแล้วงงบ้างๆสนุกบ้าง คนพูดก็แบบคนไทยโบราณ แต่อ่านแล้วได้ข้อคิดดี แนะนำลองซื้อ ตอนแรกผมจะซื้ออีกเล่มนึงแต่คุณลุงเขาบอกไว้ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง การซื้อหนังสือของลุงก็มีความเสี่ยง ต้องรู้จักกระจายการลงทุน ซื้อวันนี้เล่มนึงวันหน้าอีกเล่มก็ได้ อืม เป็นคนขอทานที่พูดได้ดีมาก [ไม่อยากเรียกว่าขอทานเลยจริงๆ] ผมก็เลยบอกว่างั้นไว้ซื้อวันหน้าละกันครับ ลุงเขาจะอยู่แถวอนุสาวรีย์ชัย ไม่รู้ตรงไหน แต่แม่ผมจะเจอบ่อย รู้สึกจะทางด้านสะพานลอยฝั่งทางไปรพ.พระมงกุฏมั้ง จำไม่ได้ แนะนำเลยครับ ต้องลองซื้อมาอ่าน!!

ถูกสุด 20 บาท แพงสุด 60 บาท

เล่มนี้เป็นนิยาน รู้สึกมีเป็นอนิเมะนะ “5 Centimeters Per Second” นี่หรือเปล่าไม่มั่นใจ ยังไม่ได้แกะเลย

อีกเล่มที่ขาดไม่ได้ น้องเหมียวยิ้มยาก เล็งมานานแล้ว รออนิเมะด้วย อยากอ่านมาก นางเอกอกไม้กระดานเนี่ยชอบที่สุด >w<

ปล. ผมไม่ได้โรคจิตนะครับ

อนิเมะมาฉายวันที่ 13 เมษานี้มั้งถ้าจำไม่ผิดนะ

ถึงของเกือบแรร์กันแล้ว นั้นก็คือ “Hyouka” นั้นเอง อุตส่าห์ไปซื้อโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย น่ารักเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน >w<

ปล(อีกครั้ง). ผมไม่ได้โรคจิตนะครับ

ปกนอกก็สวย ปกในก็สวยนะครับ แม้จะดูเป็นอนิเมะแล้วก็ตามแต่ก็ซื้ออีก (จะเอาๆๆๆๆ ประมาณนั้น)

อ่า เข้าสู่ของมหาแรร์กันแล้ว นั้นคือ โปสเตอร์ Hyouka ขนาด A3 พร้อมลายเซ็นนักเขียนจากญี่ปุ่น การได้มานั้นยากมากเลยนะเนี่ย

เล่าๆๆๆๆ คือว่าผมนะไปตั้งแต่เจ็มโมงครึ่งเลยทีเดียว คือ จำเวลาเปิดงานผิด ไปจำสลับกับตาบั้กที่มันเปิดเก้าโมงมั้งจำไม่ได้

รอๆๆๆๆ รอหน้าทางเข้าประมาณครึ่งชั่วโมง เขาบอกยังไม่เปิด ?? แต่ผมก็เห็นคนเข้าไปตั้งหลายคนนะ ก็รอสักพักจนลองเดินเชิดเข้าไป อืม เขาก็ให้เข้า ตอนแรกจะเดินพักที่ศูนย์อาหาร คิดไปคิดมาเดินเล่นดีกว่า [โชคดีชั้นที่ 1]

เดินไปเรื่อยเจอแถวเฮียวกะโดยบังเอิญ แต่ตอนแรกไม่มั่นใจว่าแถวอะไรหรอกนะ จะเดินดูยามเขาก็ห้ามเพราะยังไม่เปิด แล้วตรงแถวก็มีพี่สตาร์ฟอยู่เขาก็ถามมาซื้อเฮียวกะหรือเปล่า ผมก็ยิ้ม+หัวเราะแห้งๆ บอกไปว่า “โห่ แถวยาวขนาดนนี้ไม่ดีกว่าครับ”

เดินกลับไปที่ศูนย์อาหาร ระหว่างเดินก็โทรไปหารุ่นพี่คนนึงที่โรงเรียนบอกแถวยาวมากพี่ พี่เขาก็กระแทกกลับมา “ก็มึงใจไม่รักเฮียวกะพอไงละ” ก่อนวางสายได้ยินเสียงหัวเราะผ่านมานิดหน่อย หืม? ต้องบอกไว้ก่อนว่าคำหยามแค่นั้นผมไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เป็นพวกศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้อยู่แล้ว

เดินกลับๆๆๆ ไปนั่งเล่น iPad รอ ก็ลองเปิดไปที่เว็บของบริษัทที่มันแจกเฮียวกะ ก็อ่านโปรโมชั่นมัน ไปสดุดกับ “โปสเตอร์จี้จังพร้องลายเซ็น 91 คนแรกของสองวันแรก” [โชคดีชั้นที่ 2 ที่เปิดอ่าน] หืม จากนั้นก็ครับ เท้าไฟนิดหน่อยวิ่งไปที่แถวถามเขา “เอ่อ… พี่คิดเท่าไหร่หรอครับ” “ประมาณ 80 นะครับ” โห่ โล่งอกเลย ก็เลยนั่งต่อแถวเล่น iPad รอสองชั่วโมงเห็นจะได้มั้ง แล้วก็ได้มา อิ_อิ

ถ้าถามผมว่าทำไมตอนแรกไม่เอาไม่ต่อแถว นั้นก็เพราะตอนแรกผมคิดว่ายังไงก็ได้ แค่ซื้อเฮียวกะก็ได้แล้ว ไม่ได้อ่านโปรโมชั่น

ความจริงมีอีกเล่มนะที่อยากจะซื้อแต่ไม่ได้ซื้อ เพราะตอนแรกไม่รู้ว่าด้านในเป็นไง ชื่อว่า “เลี้ยงหนูไม่ง่าย สู้ตายค่ะปาป๊า”

คือตอนแรกคิดว่าไอ้ที่อยู่บนหน้าปกเนี่ย คือลูกมัน ก็แบบ ถ้าลูกมันโตขนาดนี้พระเอกจะอายุเท่าไหร่ เรามันพวกชอบแนว School นะ พอกลับไปที่ค่ายเพื่อนซื้อมาพอดีเลยลองอ่าน อ้าว!! อ้าว บนหน้าปกมันนางเอง หรือก็คือ แม่ นั้นเอง พลาดเลย ซึ่งก็เดี๋ยวจะต้องไปตามซื้อมาให้ได้

จบแล้ว การซื้อหนังสือของผมก็ขอจบเพียงเท่านี้ละครับ จบแบบกากๆ

ปล.ล.ล. ผมไม่ได้โรคจิตนะครับ = =

อ่ออีกอย่าง ตั้งแต่ทุกคนรู้เรื่องผมไปต่อคิวรอนานสองชั่วโมงเพื่อเอาโปสเตอร์เฮียวกะ ตั้งแต่นั้นทุกคนก็มองว่าผมนั้นบ้าเฮียวกะขั้นสุดยอด ;w;