แค่ไปเมดคาเฟ่เท่านั้นแหละ เนี๊ยว~

ไปมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมแล้วละ madreamin เกตเวย์ เอกมัย แต่ยังไม่ได้เขียนเลย เนื่องจากมีบทความอื่นให้มาเขียนตัดหน้าไปก่อน และก็อู้งานนิดๆ

(」・ω・)」อู้!! (/・ω・)/ งาน!!

(」・ω・)」อู้!! (/・ω・)/ งาน!!

(」・ω・)」อู้!! (/・ω・)/ งาน!!

(」・ω・)」อู้!! (/・ω・)/ งาน!!

(」・ω・)」อู้!! (/・ω・)/ งาน!!

ออกทะเลตั้งแต่เริ่มบทความ เกริ่นง่ายๆคือ ไปมาแล้วละ สนุกมากๆ สนุกตั้งแต่ไปรอเพื่อนแล้วละ ไปกันสามคนครับ นับรวมกระผมด้วย สามคนบ้าการ์ตูนหมด แหน่ะๆ ก็ผมนัดกับเพื่อนคนนึงไว้ที่จตุจักร ตอน 12.30 แล้วเพื่อนอีกคนตอน 13.00 น. ครับ

ผมตื่นแต่เช้า อุ้ยจะได้ไปแล้ว ตื่นเช้าหน่อยดีกว่า อิอิ แล้วก็ตื่นมาตอนเก้าโมง นั่งทำงานต่อ งานอะไรหรอครับ ก็อ่านได้จากบล็อคที่แล้วครับ งานธีมสึกิโกะ งานนี้แหละครับ –> http://blog.cloudian.in.th/?p=95 ต้องการจะเอาไปอวดเพื่อน ก็เลยเขียนๆๆๆๆ ออกจากบ้านตอน 11 โมงกว่าๆ ขณะถึงสยามก็เห็นว่าจะ 12.30 ละ เลยโทรหาเพื่อนคนที่หนึ่ง “อยู่ไหนแล้ว นี่เขาอยู่สยาม” “อยู่เมเจอร์ กำลังขึ้นรถ” /me = =” ผมก็ไม่มีอะไรทำ พอถึงจตุจักรกะจะไปเดินเล่นที่พิพิฒภัณฑ์เด็กแล้วละ แต่ก็ไปไม่เป็น (กาก) เลยเดินไปรถไฟใต้ดินแทน เพราะเป้าหมายที่นัดก็คือตรงนั้นอยู่แล้ว ความจริงแล้วคือผมอยากลองมาดูร้าน HobbyMoe ดู เนื่องจากสั่งฟิกเกอร์ไป ฟิกน้องแมวสึกิโกะ แกลบกันทีเดียว ลองเดินลงไป ไปเจอ MRT Tarad.com ทึ่ง โอ้ บร๊ะ นี้คืออัลไลกาน ไม่เคยเห็น (ปกติ neet อยู่บ้าน ไม่ค่อยพบเจอโลกภายนอก) พึ่งรู้ที่นี่มันร้านพวกฟิก ของเล่นญี่ปุ่นเยอะมาก

เดินเล่นสักพักเพื่อนก็มา ความฮาใกล้มาถึง เพราะเพื่อนคนที่สามขึ้นชื่อเรื่องความช้า มักจะช้ากว่าคนอื่นหนึ่งชม.เสมอ ผมกับคุณเพื่อนหมายเลขสองเลยเดินเล่น กะว่าเพื่อนคนที่สามคงมาสักบ่ายสอง ผมมองนาฬิกา 13.30 โดยประมาณ หันไปพูดกับเพื่อน

“นี่ ตอนนี้ 13.30 นะ เวลาเหลืออีกเยอะเลย ไอ้นั้นคงมาบ่ายสองแน่ คนอย่างมั่น”

“เออ จริง” ประมาณนั้น

ด้วยความเห็นพ้องต้องกัน เลยเดินดูฟิกต่อ สักพักเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น 13.45 โดยประมาณ มีเบอร์ปริศนาโทรมา ?? ผมรับโทรศัพท์ “สวัสดีครับ” ฝั่งนั้นตอบมา

* อยู่ไหน * รอนานแล้ว ***” เซ็นเซอร์เพื่อคงความสวยงามของโลกนี้ =w=

“อ้าว มาถึงแล้วหรอ”

เพื่อนหมายเลขสามก็ “************” ประมาณว่าผมจำบทพูดมันไม่ได้ แต่มันสบถอะไรไม่รู้มาเต็มเลย ก็หันไปหาเพื่อนหมายเลขสอง ประมาณ ไปเถอะ

ตอนนั้นอยู่ใน MRT Tarad.com ผมก็ตอบเพื่อนคนที่สามไป “เออๆ กำลังรีบวิ่งไป ขอโทษๆ รถมันติด” รีบวิ่งไปขึ้นรฟฟ. เพื่อนหมายเลขสองหันมาถาม “มึงอยู่MRT แล้วรถตรงไหนติด” ผมก็ตอบปัดๆไป เอาฮาไปก่อน LOL

ระหว่างนั่งรถไปเกตเวย์มันก็โทรแย่บๆมาตลอดทาง จนถึง ไปเจอมันนั่งรอยู่ เจอปุ๊ปก็โดนด่าเป็นพิธีก่อนเดินเข้าร้าน (ต้องขอบอกจริงๆว่าไม่คิดว่าเพื่อนหมายเลขสามมันจะมาถึงเร็วขนาดนี้)

เข้าไปนั่ง รู้สึกร้านเล็กกว่าที่คิด เดินเข้าไป พี่เมดมาต้อนรับ (หรือต้องเรียกน้าเมด) พี่เมดก็บอกก่อนเลย ที่นั่ง 50 เต็มนะคะ โต๊ะ VIP ได้ไหมคะ

ผมหันไปหาเพื่อน เพื่อนก็หันมาหา ไปต้องห่วง เรื่องนี้อยู่ในการคิดการณ์ของเราอยู่แล้ว คือ ก็คิดกันอยู่แล้วว่ามันต้องเต็มแน่นอนที่นั่ง 50 ก็นั่ง 100 โดยไม่สะทกสะท้าน

ตอนนั่งที่โต๊ะก็อย่างที่รู้กันพี่เมดก็ขอทำพิธีกรรมสังเวยชีวิตเพื่อเข้าสู่ดินแดนแห่งความฝัน ว่าไปนั้น~ แค่เสกเทียน นับถอยหลัง เข้าสู่ความฝันแล้วจ้า จบ

นั่งคิด จะสั่งอะไรดีเนี่ย ตอนแรกผมก็จะสั่งข้าวไข่เจียวแบบสามคน อยากกินมานานละ แต่ดันโดนเพื่อนทั้งสองบอก “ถ้าจะสั่งไข่เจียวไปทำกินเองที่บ้านเหอะ” เหอะๆ ผมก็เลยต้องยกเลิกความคิดไป เพื่อนทั้งสองอยากกินแกงกะหรี่เซ็ตสามคนอยู่แล้ว ผมก็ไม่ขัดข้อง เพราะตัวเองไม่เคยกินแกงกะหรี่ ลองหน่อยไม่เป็นไร

อยากจะถ่ายเองนะ แต่เพื่อนหมายเลขสามบอกปัดไม่ยอมเอากล้องมา แย่จริง

ก็พี่เมดก็มาเสริฟ เนื่องจากเป็นไซส์ไจแอน จึงต้องทำท่านิดหน่อย จำไม่ได้ท่าอะไร แต่ก็แบ๊วพอสมควร เขาให้จานมาด้วยนะ จานเล็กสามคน สามใบ แต่ด้วยความโมโหหิวของเพื่อนคนที่สาม และความกลัวของผมที่คิดว่าอีสองคนนั้นจะแย่งผมกินหมด เลยไม่คิดใช้จานเล็กให้เสียเวลา ลากจานใหญ่มากลางโต๊ะ ตักกินแบบ แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก (ใช้คำผิดหรือเปล่าเนี่ย) ต้องขอบอกว่าใหญ่พอสมควร ข้าวก็แน่นนะครับ ถ้าไม่มีเพื่อนคนที่สามก็คงกินไม่หมดแน่นอน

กินหมด อิ่มครับ แต่เวลาเหลือ ทำอะไร นั่งคุยเล่น ผมอิ่มนะ แต่อยากกินของหวาน แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก เลยต้องเรียกพี่เมดครับ

อย่างที่รู้กันโดยทั่ว การเรียกพี่เมดนั้นไม่ง่ายเหมือนร้านทั่วไป ต้องทำท่าเนี๊ยว~ ก่อน นั่งตัดสิน ใครจะทำ เพื่อนทั้งสองบอก “มึงสั่ง มึงทำ” แหม่ ผมก็ยอมจำนนโดยไม่ขัดแย้ง ต้องทำการ เนี๊ยว~ แต่เพียงผู้เดียว รู้สึกอายมากเลยครับ ;w; กลับมานั่งคิด ทำไมโต๊ะอื่นไม่ค่อยทำเลย มีผมคนเดียว ; A ;

สั่งไอติมไปครับ ไอติมน้องแมว (^. .^)~

คล้ายๆแบบนี้ แต่เป็นรูปน้องแมวนะครับ ก็รสวานิลา ตอนผมสั่งก็ถามเพื่อน มีใครเอาไหม เพื่อนทั้งสองก็บอกไม่กินกัน ผมก็ อืม งั้นหรอ สั่งคนเดียวก็ได้ ชิส์ สั่งมา ตั้งปุ๊ป ตามหลักของนิวตันข้อที่ 1 ล้าน กล่าวไว้ว่า “อาหารดึงเพื่อนคูณได้เสมอ” พอไอติมวาง ผมนั่งกินไปสักพัก เพื่อนอีกสองคนเริ่มขยับเข้ามาใกล้ๆน้องแมของผม แย่งกินไอติม (ไหนบอกไม่กินไง) เกิดเป็นสงครามขนาดย่อมๆ ผมพยายามปกป้องน้องแมวผมให้เข้าไปในท้องให้เร็วที่สุดครับ พยายามใช้ช้อนตัวเองปัดป้องช้อนคนอื่น คราบไอติมกระจายเต็มที่ จนสุดท้ายผมก็เกือบกันได้สำเร็จ โดนแย่งไปนิดหน่อย

กินเสร็จเรียกพี่เมดคิดเงินครับ เหมือนเดิม เนี๊ยว~ แน่นอน ผมทำ = = สักพักไปดาเมจก็ลอยมา

อย่างที่เห็นครับ มีรอยฉีก เดี๋ยวจะเล่าครับ คือตอนจ่ายเงิน นับว่าเสียเวลานานมาก เพื่อนตัดสินว่าใครต้องจ่ายเท่าไหร่ พี่เมดก็ยืนรอ ผมก็สงสารนะครับ พอตัดสินเสร็จ อ้าว เงินขาดไป 20 บาท ขณะหันไปถามเพื่อน เพื่อนคนที่สามฉีกใบเสร็จในทันที ผมกับเพื่อนอีกคนตกใจ ถามทำเตี่ยอะไร มันบอก “ทำลายหลักฐาน” ไม่อยากจะบอก ไม่ทำลายก็รู้ว่าโกงเงิน = = กลับมาบ้านพยายามปะติดปะต่อให้ได้อย่างที่เห็นครับ

1,736.00 บาท หารกันของใครของมัน ผมจ่ายไปเกือบเจ็ดร้อยได้มั้งครับ จำไม่ได้ ก็หายไปยี่สิบไม่ว่ากัน คิดว่าให้ขอทานนะครับ

ตอนออกจากร้าน อย่างที่รู้ สั่งไจแอน์ไป จะได้ถ่ายรูปกับพี่เมดในร้าน ก็ยืนรอครับ พี่เมดดูยุ่งๆ แต่ก้ได้ถ่าย

ก็ถ่ายเสร็จก็ออกมาครับ อิ่มๆ อ่า ถือว่าสนุกครับ พี่เมดทุกคนน่ารักครับ โดยนิสัยเดิมผมชอบสาวแว่นอยู่แล้ว ก็เลยคิดว่าคนที่น่ารักที่สุดคือคนที่ใส่แว่นนะครับ ไม่อยู่ในภาพแหะ เสียดายจริงๆ

แต่ก็สงสารพี่เมดครับ คือ สั่งจานไจแอน์กับเกือบทุกคนเลย พี่ๆเขาก็ต้องไปแสดงโชว์เกือบตลอดเวลาเลย อยากรู้จริงๆว่าเหนื่อยมากไหมครับเนี่ย 555

ถ้าถามว่าอยากไปอีกไหม ดูจากราคาอาหาร ร้าน ระยะทางจากบ้าน ผมคงต้องบอกว่า….ไปอีกแน่นอนครับ แต่เมื่อไหร่คงต้องดูละครับ อาจจะเปิดเทอมก็เป็นได้

สรุปคือ สนุกครับ อยากให้ลองไปดู ถ้าไม่แกลบซะก่อน อิ_อิ