หวยจะออก ซื้อเลขไหนดี? ตรวจสถิติหวยย้อนหลัง 296 งวด

บทความนี้ไม่ได้ต้องการชี้นำเลขดีเลขเด็ดหรือใบ้เลขแต่อย่างใด เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลและความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน (มาก ๆ) ปกติแล้วแม่ผมชอบเล่าเรื่องคนรอบตัวแม่ที่ไปเจอหมอดีให้เลขเด็ดถูกหวยตลอดมาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ พอนั่งฟังว่าหมอดูคนนั้นคนนี้แม่นให้เลขดีก็เกิดสงสัย คำว่าแม่นที่ใช้กับหมอดูแต่ละคนเนี่ยมันมีนัยสำคัญทางสถิติอะไรไหม หรือเขาบอกมาสองตัวท้าย 10 เลขแล้วให้สุ่มเอาเองแล้วมันมีคนถูกเลยบอกว่าแม่นอะไรแบบนั้น? เรื่องหมอดูก็ความเชื่อส่วนบุคคลไป ไม่ค่อยอยากยุ่งเท่าไหร่เพราะการจะไปตามเก็บข้อมูลมันก็ลำบากเกินไป ดังนั้นเลยมานั่งคิดแทนว่าพวกเลขหวยมันมีรูปแบบอะไรพิเศษในการออกรางวัลไหม หรือมันมีค่าบางอย่างที่ดูโดดเด่นขึ้นมาหากเอามาคำนวน สุดท้ายก็เลยเกิดไอเดียว่าน่าจะลองเอาเลขหวยย้อนหลังสักสิบปีมาตรวจดูเผื่อเจออะไร ความจริงบทความนี้เขียนหัวข้อว่า “สถิติ” แต่ความจริงก็แค่มานับเลขเล่น ๆ เท่านั้นเอง ก็คงไม่ได้สถิติจ๋าอะไร ทำไมไม่ลองหารูปแบบการออกของหวย ประโยคนี้เพื่อนหลายคนก็ถาม (แม่ยังถามเลย) ถ้าคนเคยนั่งดูกองสลากออกเลขรางวัลจะรู้เลยว่าหวยไทยไม่เหมือนหวยบางประเทศที่มีอัลกอลิธึมเบื้องหลัง ของไทยคือสุ่มมาก ๆ หมุนลูกกลม ๆ รอเปิดให้เลขตกลงมาบ้างหรือเป่าอากาศให้บอลลอยแล้วเลือกมาสักเลขบ้าง ดังนั้นเชื่อทันทีว่ามันไม่มีรูปแบบอะไรเบื้องหลังการออกหวยหรอก นอกจากความสุ่มล้วน ๆ เอาจริงก็เจอคนใช้ Machine learning มาคาดเดาเลขหวยงวดในอนาคตอยู่ เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้… รางวัลไหนน่าเล่นสุด มาพูดถึงรางวัล หวยไทยมี 9 ประเภทรางวัลดังนี้ รางวัลที่ หนึ่ง - 1 รางวัล มูลค่า 6,000,000 บาท รางวัลที่ สอง - 5 รางวัล มูลค่า 200,000 บาท รางวัลที่ สาม - 10 รางวัล มูลค่า 80,000 บาท รางวัลที่ สี่ - 50 รางวัล มูลค่า 40,000 บาท รางวัลที่ ห้า - 100 รางวัล มูลค่า 20,000 บาท รางวัลข้างเคียงรางวัลที่หนึ่ง - 2 รางวัล มูลค่า 100,000 บาท รางวัลเลขหน้า 3 ตัว เสี่ยง 2 ครั้ง - 2,000 รางวัล มูลค่า 4,000 บาท รางวัลเลขท้าย 3 ตัว เสี่ยง 2 ครั้ง - 2,000 รางวัล มูลค่า 4,000 บาท รางวัลเลขท้าย 2 ตัว เสี่ยง 1 ครั้ง - 10,000 รางวัล มูลค่า 2,000 บาท (ข้อมูลจากสำนักสลากกินแบ่งรัฐบาล) ...

29 เมษายน 2019

คุ้ยของในห้องมาลองผสมดื่มกับ Jack Daniel's Tennessee Honey

ผสมโซดา ทดลองเมื่อ 4/3/2561 ที่อยากลองเพราะปกติเวลาไปกินเที่ยวกับแม่ หรือสมัยเที่ยวกับเพื่อน ก็เห็นเพื่อนเอา Blend 285 หรือเหล้าสีประมาณนี้มาผสมกับโซดากินกัน เลยเอา Jack Daniel’s Tennessee Honey ขวดนี้มาลองผสมบ้างเผื่อจะมีอะไรน่าสนใจ น่าค้นหา หลังจากผสมลองดื่มก็พบว่ารสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของ Honey สูญหายไปกลับการเจือจางของน้ำโซดา (หรือเราผสมไม่ดีพอ) พอดื่มเข้าไปกลิ่นและรสน้ำผึ้งที่ควรจะได้สัมผัสกับลิ้นดันเจือจางมาก เหลือทิ้งไว้แต่รสของวิสกี้ธรรมดา ไม่โดดเด่นอะไรเลย แต่… ในความสูญเสียของเอกลักษณ์ของน้ำผึ้งกลับได้ความสนุกสนานของรสสัมผัสกลับมาแทน เพราะโซดาไปเจือจางให้ความแรงน้อยลง แล้วรสซ่าของโซดาทำให้กินง่ายขึ้น จนสุดท้ายภาพรวมของมันดูกินง่าย แต่ผมว่าวิสกี้ตัวอื่นก็ทิ้งรสสัมผัสแบบนี้ไม่ต่างกันเท่าไหร่กรณีกินกับโซดา ผสมโค้ก ทดลองเมื่อ 5/3/2561 วันนี้ได้ลองเอามาผสมโค้ก ปรากฏแย่กว่าเมื่อวานอีก เมื่อวานโซดามันเป็นแค่น้ำเปล่าไม่ออกรสชาติมาก มันเลยได้รสของวิสกี้มาพอควร แต่รอบนี้พอเป็นโค้ก พังหมดเลย ความหวานของโค้กก็ตีกับน้ำผึ้ง ส่วนน้ำผึ้งก็ไม่ยอมแพ้มาตีสู้กับรสโค้ก กลายเป็นจะรสโค้กก็เพี้ยนเพราะน้ำผึ้ง ส่วนรสน้ำผึ้งก็เพี้ยนเพราะรสโค้ก ดื่มไปมันก็จะงง ๆ ว่าตกลงเราพยายามจะลิ้มรสอะไรกันแน่ ไม่มีอะไรเด่นเลย ส่วนรสวิสกี้ก็ไม่ค่อยแน่น เพราะสองตัวก่อนหน้าตีกันอยู่… รอบนี้ไม่ได้ถ่ายภาพนะครับ เพราะถ่ายไปก็ไม่ต่างกับแก้วโค้กธรรมดา ผสมชเว็ป ทดลองเมื่อ 10/3/2561 เมื่อวานได้ลองเอาชเว็ปมาผสมกับวิสกี้บ้าง เพราะคิดว่าความเป็นมะนาวของมันน่าจะทำให้มีอะไรน่าตื่นเต้น ผลปรากฏว่าไม่ค่อยต่างจากกรณีของโค้กสักเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายความหวานมันตีกันทำให้เอกลักษณ์น้ำผึ้งหายไป พยายามลองทั้งสองแบบเลยทั้งชเว็ปเยอะกว่าวิสกี้ ผลคือนั่นแหละ รสชาติและกลิ่นน้ำผึ้งมันหาย ได้มาอ่อนมาก พอลองผสมวิสกี้ให้มากกว่าชเว็ป ก็รสชาติพิลึก ๆ ไงไม่รู้ แต่โดยรวมแล้วอร่อยกว่าโค้กนะ เพราะมันเหมือนกลายเป็นเหล้าน้ำผึ้งมะนาวซ่า ๆ เป็นอะไรที่ควรลองสักครั้ง บางคนอาจชอบ บางคนอาจไม่ชอบ เมื่อวานเพื่อนบางคนก็บอกชอบอยู่เหมือนกัน

18 มีนาคม 2019

เรื่องเล่าเรื่อยเปื่อยกับการใช้ชีวิตประจำวันในฮอกไกโดของนักเรียนแลกเปลี่ยน

สวัสดีครับ กลับมาเขียนบล็อกต่ออีกครั้งหลังจากหายไปนาน ที่หายไปนานเพราะอยากเน้นอ่านหนังสือเรื่องเล่าอื่น ๆ เพื่อเอามาเกลาวิธีการเขียนบล็อกของเราบ้าง ซึ่ง… สุดท้ายก็ไม่ได้อ่านหนังสือเท่าไหร่ แต่ก็ยังอยากเขียนบล็อกเหมือนเดิม ถึงแม้จะกลับมาไทยจะสี่เดือนแล้วแต่ก็ยังอยากเขียนบล็อกชีวิตในฮอกไกโดเก็บไว้ บล็อกนี้อยากเล่าเรื่องชีวิตในฮอกไกโดช่วงที่ไปทำวิจัยระยะสั้นครับ แต่ก็ขอเล่าเพียงชีวิตประจำวันธรรมดาไม่ยาวมาก ไม่อยากให้บล็อกนี้ยาวเกินไปจนน่าเบื่อ จะพยายามย่อชีวิตเรื่อย ๆ สี่เดือนทั้งหมดให้เหลือในบล็อกที่อ่านสักสิบนาทีจบ เท้าความก่อนว่าตัวผมได้ไปฝึกงานที่มหาวิทยาลัยฮอกไกโดในคณะ Graduate school of information science and technology ที่ห้องแล็บ Intelligent Information Systems ครับ มหาลัยนี้ตั้งอยู่กลางเมืองซัปโปโรเลย ถ้าใครไปเที่ยวก็คงมีโอกาสได้แวะเข้าไปเที่ยวเพราะเขาบอกว่าเป็นมหาลัยที่สวยอันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ส่วนหอพักก็อยู่ที่หอพักนักศึกษานานาชาติ International house kita 8 east ห่างจากมหาลัยประมาณสองกิโลเมตรครับ ผมย้ายไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่ 22 กรกฏาคม ถึง 1 มกราคม ไปคนเดียวล้วน ๆ ไม่มีเพื่อนหรือใครไปเสริมเลย งานหลักก็คือทำงานวิจัยให้เสร็จและตีพิมพ์เปเปอร์วิจัยเสร็จภายในสี่เดือนนี้ก่อนกลับมาไทยเพื่อใช้จบหลักสูตรสหกิจ (หลักสูตรฝึกงาน) ดังนั้นชีวิตประจำวันคร่าว ๆ ก็จะเป็นตื่นนอน ไปห้องวิจัย ทำงาน กลับห้องนอน วนลูปอย่างนี้ไปทุกวันเรื่อย ๆ นอกจากว่าวันไหนมีนัดเที่ยวกับคนไทยด้วยกันในมหาลัย ตอนเช้า ทุกเช้าผมตื่นมาจะอาบน้ำ ไม่ว่าอากาศจะเย็นแค่ไหนก็จะอาบเพราะพอไม่ได้อาบน้ำจะรู้สึกว่ายังไม่พร้อมทำงาน โชคดีห้องน้ำจะรักษาอากาศอุ่นได้ดี ช่วงหน้าหนาวจะไม่ค่อยหนาวมาก และยังมีฮีทเตอร์ในห้องน้ำอีกด้วย แต่ผมอยู่ไม่ถึงช่วงหนาวที่สุดของฮอกไกโด เลยไม่รู้ว่าถ้าหนาวสุดจะเป็นอย่างไร กินข้าว ปกติเวลากินข้าวผมมีตัวเลือกสองแบบ คือ หนึ่งเดินไปหาของกินในเซโกะมาร์ท (Seicomart) ที่อยู่ตรงข้ามหอ สอง ปั่นจักรยานไปซื้อขนมปังที่ร้านประจำแล้วเอากลับมากินที่หอ ...

9 มีนาคม 2019

วิธีแก้ปัญหา Xelatex หา Fira Sans ไม่เจอ

จดกันลืมเพราะหาวิธีแก้นานมาก มีปัญหาว่า Fira Sans ไม่สามารถใช้งานบน Xelatex ได้เนื่องจาก build ไม่ผ่านทั้ง ๆ ที่ฟ้อนต์อื่น ๆ บนเครื่องทำงานได้ปกติ หาวิธีแก้หลากหลายทางจาม stackoverflow บอกก็แก้ไม่ได้ ประเด็นที่ต้องใช้ Fira Sans และ Fira Mono คือ ใช้ beamer ทำสไลด์คู่กับธีมของ metropolis ซึ่งเรียกใช้ฟ้อนต์เหล่านั้น ปัญหาเกิดจากอะไร? ไม่รู้ครับ via GIPHY วิธีแก้ \usepackage[sfdefault]{FiraSans} เรียกใช้แพ็กเกจนี้ จบ ข้อมูลเพิ่มเติมหาได้จาก ลิงค์นี้ครับ

11 พฤศจิกายน 2018

3 เดือนผ่านไป วัน ๆ ผมกินอะไรในญี่ปุ่น...

รอรันงานครับ ทำอะไรไม่ได้ ต้องรอข้อมูล คอม 32 Core รันมากเกินมันร้อน แล้วมันร้อง… คนในแล็ปมองหน้าผมแล้วอายเขาเวลาเครื่องร้อง เลยต้องหาอย่างอื่นทำรอ สรุป มาเขียนบล็อก… เขาบอกว่าสำหรับคนไทย มีสองอย่างที่สำคัญในชีวิตครับ อาหาร กับ อาหารมื้อต่อไป… ซึ่งปกติผมเป็นคนแบบนั้น กินมื้อเที่ยง กินเสร็จก็นึกต่อเลยว่ามื้อเย็นกินอะไรดี จนกระทั่งเมื่อวาน… คิดไม่ออกว่ากินอะไรดี เลยตระเวนถามหาข้อมูลและถามคนญี่ปุ่นว่าปกติวัน ๆ นึงพวกยูกินอะไรกัน โดยปกติแล้วเวลาหาข้อมูลในเน็ตหรือถามเพื่อนและคนใกล้ตัวเขาก็จะแนะนำโซบะ ข้าวหน้าปลาดิบ ซูชิ เทปันยากิ เนื้อย่าง สุกี้ยากี้ ฯลฯ แต่ประเด็นคือผมไม่ใช่นักท่องเที่ยวไงคุณ… การแนะนำให้คนอยู่ญี่ปุ่น 3 เดือน และยังต้องอยู่อีก 2 เดือนไปกินของแบบนั้นไม่ต่างกับแนะนำให้คนไทยที่ถามว่าเที่ยงนี้กินอะไรดีไปกินต้มยำกุ้ง เนื้อจระเข้ โต๊ะจีน หมูกระทะกันเลยจริง ๆ คือ มันแพง… มันไม่ใช่อาหารกินประจำวัน ผมต้องการอาหารที่กินประจำวัน ซึ่งวันนี้คุยกับคนในเน็ต (ทวิตเตอร์) พอดีว่าปกติอยู่นี่คนทั่วไปวัน ๆ มันกินอะไรกัน ก็เลยคิดว่ามาเขียนบล็อกแนะนำอาหารแบบทั่วไปที่หาไม่เจอตามรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น ในบล็อกนี้ขอใช้หน่วยความ “แมส” ในการอธิบายความธรรมดาของอาหารแต่ละอย่าง เช่น “ข้าวแกงไทยแมสมาก เพราะคนมันกินกันทุกวัน แต่ BBQ Plaza นี่แมสน้อยกว่า เพราะกินกันแค่ตอนเวลาพิเศษ หรือ เงินเดือนออก…” งี้เป็นต้นครับ อ่อ และก็อ่านบล็อกตอนก่อนได้นะครับ ไม่ได้โฆษณา แต่ก็ไปอ่านเถอะ ครึ่งปีกับชีวิตติดเกาะญี่ปุ่น Part 1 ...

3 ตุลาคม 2018

ครึ่งปีกับชีวิตติดเกาะญี่ปุ่น Part 1

สวัสดีครับ บล็อกนี้เขียนเล่าความเป็นอยู่ในแดนปลาดิบ ณ ฮอกไกโด ขณะมาทำวิจัย 4 เดือนที่ม.ฮอกไกโดครับ อนึ่ง บล็อกนี้เขียนระหว่างรันงานอยู่ เผื่อที่ปรึกษามาอ่าน ได้บอกได้ว่า ไม่ได้ว่างครับ แต่ทำอย่างอื่นไม่ได้ (ฮา) ความจริงอยู่นับรวม ๆ ก็อยู่ญี่ปุ่นมาสามเดือนแล้ว รวมตั้งแต่แลกเปลี่ยน Sendai แล้วกลับไทยหนึ่งอาทิตย์แล้วมา Hokkaido ต่อ ซึ่งก็เริ่มคุ้น ๆ กับญี่ปุ่นแล้ว ถึงแม้จะยังมีปัญหากับพนักงานร้านสะดวกซื้อทุกครั้งเวลาพนักงานถามว่า เอาถุงไหม… ฟังไม่ค่อยออก งานวิจัยทำอะไร (ข้ามไปได้ ถ้าไม่อยากอ่านเรื่องเทคนิคครับ) งานวิจัยมาอยู่นี่ทำเรื่อง text detection บนภาพ manga ครับ ถึงแม้ Google จะมี deep learning ขั้นเทพที่ทำ text detection ได้โหดระดับไม่มีทางสู้ได้แล้ว แต่งานผมเป็นการหาวิธีที่ลดไม่ต้องใช้ Deep learning เพื่อช่วยลดเรื่อง computational cost ครับ ทำไมไม่ใช้ Text detection algorithm ทั่วไปที่มีอยู่? มีคนถามแน่ ๆ ที่ไม่ใช้เพราะ เราตัดเรื่อง Deep learning ไปแล้ว ก็จะเหลือพวกสาย image processing ที่เอาเทคนิคด้านนี้มาตรวจหาข้อความบนภาพ กับพวก Machine learning สายอื่น ๆ แต่ปัญหาคือ วิธีส่วนใหญ่ที่ใช้กับงาน Text detection จะทำเพื่อใช้กับภาพถ่ายครับ ซึ่งเอกลักษณ์ของอักษรและวัตถุในภาพโดยรอบของภาพถ่ายและภาพวาดต่างกันมาก ทำให้บางครั้งเราเอาวิธีที่เคยใช้กับภาพถ่ายมาใช้กับภาพการ์ตูนตรง ๆ ไม่ได้ครับ จึงต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติม ...

22 กันยายน 2018

นั่งคุยกันว่า ตกลงแล้วชายกับหญิงใครฉลาดกว่ากัน ?

พยายามนั่งอ่านงานวิจัยว่าด้วยเรื่องว่า ผู้ชาย กับ ผู้หญิง ใครฉลาดกว่ากัน เนื่องจากเมื่อวานก่อนมีคนใกล้ตัวแชร์และเขียนโพสต์เฟสบุ้คเรื่องงานเสวนาด้าน IT งานหนึ่งซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานเยอะมาก และเหมือนะจเป็นงานชั้นนำดูจากผู้สนับสนุน แทบไม่มีผู้พูดในงานเป็นผู้หญิงเลย ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการกีดกันทางเพศ และไม่สนับสนุนให้เพศหญิงมีพื้นที่ในการแสดงออก ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ถ้าการที่ไม่มีผู้พูดเพศหญิงในวงการไอทีนี่เกิดจากเพราะผู้หญิงไม่ถนัดด้านเทคโนโลยีจริง ๆ เนื่องด้วยปัญหาจากการ DNA หรือธรรมชาติของผู้หญิงอยู่แล้ว จะเกิดอะไรขึ้น ? ก่อนอื่นต้องมาบอกก่อนว่าผมไม่ได้เป็นนักพิทักษ์สิทธิมนุษยชนอะไร ดังนั้นข้อมูลไม่ได้มีความแน่นหนาอะไรมาก แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็พยายามทำความเข้าใจปัญหาของความไม่เท่าเทียมทางเพศมาโดยตลอด ซึ่งหลาย ๆ ครั้งก็มีคำถามมักเกิดขึ้นมาว่า แล้วถ้าการกีดกันนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นเพียงธรรมชาติของความถนัดหญิงและชายอยู่แล้วจะเกิดอะไรขึ้น พอเราพูดถึงเรื่องธรรมชาติของเพศชายและหญิง ตัวผมเองก็เข้าใจว่าตรงนี้เราอาจต้องชี้ความไปก่อนว่า บางครั้งที่ผู้หญิงในประเทศหนึ่งไม่เก่งเรื่อง A และผู้ชายในประเทศเดียวกันนั้น เก่ง เรื่อง A สิ่งนี่อาจไม่ได้หมายถึงว่าเป็นปัญหาจากธรรมชาติของเพศ แต่อาจเป็นปัญหาจากการเลี้ยงดูมาแบบกีดกันทางเพศตั้งแต่เด็ก เช่น อย่างในประเทศไทย ผู้ชายจะได้รับสิทธิ์และโอกาสในการศึกษามากกว่าเพศหญิงมาตั้งแต่สมัยก่อน ซึ่งในสมัยนี้คงมีน้อยครอบครัวมากที่ยังมีปัญหาแบบนี้เท่าที่ผมเข้าใจ หรือ เพศหญิงมักถูกชี้นำว่าไม่ควรเรียนสาขาอาชีพที่ดุดัน ดูไม่เรียบร้อย เช่น การช่าง งานเทคนิค หรือ สายวิศวะ เป็นต้น ทำให้จำนวนผู้เรียนในสายงานดันนี้น้อยอย่างที่ทราบกันอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เกิดลักษณะบุคลิกแบบหมู่มาก ซึ่งทำให้อาจเข้าใจผิดว่าผู้หญิงไม่เก่งเรื่อง A เป็นเพราะธรรมชาติ ซึ่งความจริงอาจจะเพราะเกิดจากการเลี้ยงดูที่ไม่เท่าเทียมกันทางเพศของสังคมนั้นก็ได้ จากที่กล่าวไปข้างต้น เนื่องจากผมสงสัยเลยพยายามหาคำตอบโดยการไปค้นหางานวิจัยมาอ่าน ๆ ดู ซึ่งก็อ่านแบบผ่าน ๆ ไปได้ไม่กี่ตัว เพื่อจะพยายามหาว่าตกลงโดยธรรมชาติ ชายและหญิง ฉลาดต่างกันหรือไม่อย่างไร ผมค้นหาไปเจอเรื่องนึง ชื่อ Sex differences in intelligence: A multi-measure approach using nationally representative samples from Romania [1] โดยงานวิจัยชิ้นนี้ได้ทำการสำรวจผู้คนมากกว่า 15,000 คนในโรมันเนีย ซึ่งอยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 2-99 ปี เพื่อหาว่าชายและหญิงใครฉลาดกว่ากัน ซึ่งในเอกสารวิจัยบอกว่าพยายามกระจายการเลือกผู้คนให้ไม่กระจุกอยู่ในแต่ละกลุ่มของสังคม ...

13 เมษายน 2018

บันทึก: ไวน์ Beato Bartolomeo Breganze Moscato

บล็อกก่อนหน้านี้เขียนว่าจะเลิกกินไวน์แล้ว แต่ไม่กี่วันก็แหกแล้วเพราะซื้อไวน์ไปกินฉลองบ้านเพื่อนครับ และไวน์บางตัวกินแล้วชอบก็ต้องเขียนบันทึกจดไว้ ไม่งั้นเดี๋ยวจำไม่ได้ว่าตัวไหน เพราะเคยลืมเขียนไปแล้วตัวนึง เสียใจถึงทุกวันนี้ ชื่อเต็มน่าจะ Cantina Beato Bartolomeo Breganze Moscato Spumante Dolce, Veneto, Italy เพราะไปก๊อปมาจากเน็ต เป็นไวน์ขาวหวาน สปาร์คกิ้ง ราคาซื้อคือ 689 บาท ซื้อที่ร้านไวน์ในกูเมตมาร์เก็ต ราคาประมาณนี้ไม่แพงมาก ซึ่งถ้าจะซื้อไวน์กินเล่น ปกติจะซื้อ Sweet lips gossip เพราะราคาอยู่ที่ 490 บาท ประมาณนี้ครับ เรื่องรสชาตินั้นต้องขอบอกเลยสุดยอดจริง ๆ สำหรับตัวผมที่ชอบกินหวาน เพื่อนหลายคนในวันนั้นซึ่งไม่เคยได้กินไวน์ พอได้จิบ ๆ ไปก็ออกปากชมกันหลายคนเลยว่าไม่ธรรมดา ตัวไวน์มีแอลฯ ต่ำซึ่งอยู่ที่ 6.5% ถ้าจำไม่ผิดพลาด และด้วยความเป็นสปาร์คกิ้งและแช่เย็น (ไวน์ขาวควรกินเย็น ๆ) ทำให้รสชาติขมของแอลฯ ไม่แรงเกินไป กลายเป็นเครื่องดื่มกินเล่นสนุก ๆ เฮฮาได้ไม่ยากเลย รสชาติหวานหอมมค่อนข้างเนียนนุ่ม ไปทางเดียวกัน ไม่ดีดขึ้นมาจนรู้สึกแปลก ซึ่งรสหวานก็กำลังดี แต่อาจไม่เหมาะสำหรับคนไม่ชอบหวาน ซึ่งความซ่าและรสชาติของมันรวม ๆ กันแล้วนั้นสุดยอดมากครับ โดยรวมแล้วถ้าเทียบกับ Sweet lips gossip นั้น ขอบอกเลยว่าการบวกเงินมาแค่สองร้อยแต่ได้อะไรดี ๆ ขนาดนี้นั้นสุดยอดมากครับ ซึ่งรอบนี้ก็ต้องขอบคุณคุณพนักงานร้านที่แนะนำตัวนี้มาให้ เพราะผมถามหา moscato ที่ราคาไม่สูงเกินไป เขาก็หยิบขวดนี้มาให้แหละ ...

6 มกราคม 2018

2017 Review << คิดชื่อบทความไม่ออก แก้อยู่สิบรอบ

เกิดมาไม่เคยเขียนย้อนหลังเหตุการณ์ในปี ๆ นึงเลย สิ่งที่อยากทำในปีหน้าก็ไม่เคยเขียน แต่พอเริ่มโตขึ้นมาก็พบว่า การมองย้อนไปในอดีตนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้างก็สนุกดีและก็ได้ทบทวนอะไรหลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะปีที่เจอประสบการณ์ใหม่ ๆ มากมายแบบปีนี้ เขียนบรรยายไม่สนุก เขียนเป็นข้อ ๆ ละกัน เป็นปีที่ได้ทำงานแล้วก็รับเงินเดือนจริง ๆ กับเขาซะที แถมเป็นปีที่งานเข้ามาเยอะมาก ได้ประสบการณ์ และสำคัญที่สุด ได้เงินครับ ปีนี้ได้แข่ง NSC อันนี้เรื่องตอนต้นปีเลย ชนะมาด้วยรางวัลอันดับที่ 3 หลังจากนั้นก็คิดแล้วว่าจะเลิกแข่งไป ไม่อยากแข่งแล้วเพราะการเจอคำถามและคุณภาพในงานหลาย ๆ อย่าง (ไม่ดี ๆ ไม่แซะตอนเขียนเรื่องแบบนี้สิ) เราเริ่มกินไวน์เมื่อไหร่นะ ? จำไม่ได้ แต่ปีนี้คือปีที่เลิกกินไวน์ ด้วยเหตุผลว่า ไม่ไหว เงินไม่มีแล้วจ้า และพบว่าตนเองไม่ได้ชอบไวน์ คือ กินแล้วดีสุดหลาย ๆ อย่างที่ลองมาแล้วนะ แต่กินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังไงมันก็ฝืน ๆ สุดท้ายกินน้ำอัดลมนี่ดีสุดครับ กินได้เรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีน้ำหนักขึ้นเดือนละกิโล ต่อจากข้อ 3 จนกระทั่งได้มาเจอสาเก้ร้อน เลยคิดว่าสาเกร้อนดีกว่าไวน์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปีนี้การเรียนเป็นไง เกรด 3.5 + ขึ้นเหมือนเดิมทุกเทอมครับ เป็นปีที่พบกับความสุขที่แท้จริงของตัวเองครับ การกิน มีความสุขมากเวลาได้กินอะไรอร่อย ๆ ดี ๆ ไม่ต้องแพงก็ได้ ของอร่อยที่หาได้ง่ายสุดตอนนี้คือ การได้กินผัดซีอิ้วร้านพี่ฝนที่คณะตัวเอง กินเงียบ ๆ คนเดียวกลางฤดูหนาวนี่สุด ๆ แล้วครับ อีกเรื่องที่สำคัญที่เจอในปีนี้ คือได้รู้ว่า กัญชา ไม่ได้มาในรูปใบไม้ครับ มันมาในรูปอะไรก็ได้ที่กินแล้วเลิกไม่ได้ ตั้งแต่ บราวนี่กรอบที่เซเว่น ยัน ของแห้ง ๆ เค็ม ๆ ที่เพื่อนซื้อมาครับ กินแล้วหยุดไม่อยู่ ถือว่าเป็นกัญชา คนนิยามคือเพื่อนในกลุ่มครับ ทุกวันนี้เข้าเซเว่น จะซื้อบราวนี่กรอบ ก็เรียกบราวนี่กัญชากัน เพื่อนเคยแหกปากหากัญชาในเซเว่นมาแล้ว ช่วงนึงของปีนี้ได้ทำงานในบริษัทด้านกาแฟและชาแห่งนึง เปิดประสบการณ์การทำงานและเรื่องเครื่องดิ่มที่สุด นับเป็นประสบการณ์ดี ๆ ที่หาไม่ได้เลย ขอบคุณพี่ ๆ ในบริษัทมากครับที่ได้ให้ผมได้เข้าไปร่วมงานด้วย แม้จะเป็นเวลาไม่นาน ต่อจากข้อ 9 กาแฟดริปนี่มันสุดยอดเลยนะคุณ เป็นปีที่ได้เรียนรู้ว่ากาแฟเนี่ยมันมีมากกว่าลาเต้ มอคค่า ที่ขายในสตาร์บัคส์ ไม่แปลกใจเลยที่หลายคนบอกว่ากาแฟสตาบัคส์กาก เพราะของที่ดีมันไปอยู่ตามร้านอื่น ๆ ที่ขายแบบไม่แมสมาก (ไม่แมสระดับสตาร์บัคส์) ตอนนี้อยากดริปกาแฟกินเองทุกเช้าแทนเลย ต่อจากข้อ 9 เหมือนเดิม ปีนี้เสพติดชาครับ ชา เทพ ๆ นี่มันมากมาย กินแล้วหอมนวล เป็นปีที่ทำให้เริ่มติดชาชงใบแล้วครับ นอกจากบริษัทในข้อ 9 ปีนี้ก็ยังได้ร่วมงานกับบริษัทต่างชาติ ทำงานแบบ remote ทีมกระจายอยู่ในสามประเทศ ตอนเข้าทำงานครั้งแรกก็ตื่นเต้น เพราะต้องคุยอังกฤษล้วน เรานี่กากอังกฤษมาก จนตอนนี้ก็เริ่มชินละ คุยได้พอประมาณนึง ก็ขอบคุณอาจารย์ในคณะที่เปิดโอกาสดี ๆ แบบหาที่ไหนไม่ได้อย่างนี้จริง ๆ ครับ เป็นปีที่กลับมาดูอนิเมะ อันนี้สำคัญจริง ๆ นะ เราเลิกดูเมะไปตั้งแต่ขึ้นม.ปลาย ตอนนั้นเริ่มดูน้อยลงเรื่อย ๆ จนใกล้จบม.ปลายก็ไม่ได้ดูอีกเลย ไม่รู้ทำไม จนก่อนจบปีสอง ก็คือต้นปีนี้ อยู่ ๆ นึกไงไม่รู้อยากเล่น Touhou ครับ จนกลับมาอ่านมังงะและก็หาอนิเมะดู จนกลับมาดูอนิเมะเป็นปกติ เป็นสิ่งดี ๆ ในปีนี้ เพราะเป็นพวกไม่ชอบเข้าสังคมมากเกิน เลยเอาตัวเองมาทิ้งกับตัวละคร 2D แทนครับ ขยายจากข้อ 13 ครับ Touhou นี่เปลี่ยนชีวิตไปพอควร เกิดมาไม่เคยเทสอบมาก่อน แต่ตอนนั้นเพราะติดโทโฮหนักมากหลังจากลองขอเพื่อนมาเล่น เลยตามอ่านโดจิน (ไม่เรทนะครับ) และตามอ่านข้อมูลตัวละคร จนติดมาถึงทุกวันนี้ กลับไปเป็นเหมือนสมัยม.ต้น คือ ตามเก็บภาพวาดที่ชอบเหมือนเดิม เหมือนได้ความสนุกสมัยม.ต้นกลับมา นับเป็นการฟื้นชีวิตที่ดีจริง ๆ ต่อจากข้อ 13 ครับ คือ เป็นปีที่เริ่มกลับมามีไฟคิดทำอะไรใหม่ ๆ อยากทำสิ่งที่ไม่เคยทำ เกี่ยวกับ computer vision + machine learning ถึงระดับไปหา paper มานั่งอ่านเองครั้งแรก ทั้งหมดในข้อนี้ได้แรงใจมาจากโทโฮครับ « ดูคุมาก ก็เพราะโทโฮอีกเช่นเคย เพราะมีสิ่งที่อยากทำเกี่ยวกับ computer vision เลยเริ่มศึกษาเอง จนพบว่าคณะมีสอนวิชา computer vision ด้วยความอยากทำสิ่งที่ต้องการอยู่ เลยไปลงเรียน ซึ่งกลายเป็นได้เปิดโลกใหม่ที่ชอบ ได้ความรู้สึกอยากเขียนโค้ดแบบสมัยทำระบบตอนม.ปลายกลับมา ความคิดไอเดียออกมาเรื่อย ๆ หลังจากไม่รู้สึกแบบนี้มานานแล้ว เรื่องนี้เคยเขียนไว้ในอีกบล็อกนึง ไปอ่านได้นะครับ » http://blog.cloudian.in.th/2017/12/21/cv-ml-the-second-interdimensional/ ปีนี้ได้เตาอบมาประดับบารมีห้องครับ ตั้งแต่นั้นการกินอาหารก็ไม่เหมือนเคยอีกเลย แต่ทุกวันนี้ก็ใช้แค่ปิ้งขนมปังกินซะส่วนใหญ่ แต่แค่นั้นก็เทพแล้ว เพราะขนมปังปิ้งนั้นความสุดยอดของรสชาติมันยิ่งใหญ่กว่าการกินขนมปังธรรมดาหลายล้านเท่าจริง ๆ อ่อ อีกอย่าง ปีนี้กลับไปเยี่ยมโรงเรียนเก่า หลังจากจบมาสองปีกว่า ปีนี้ได้เพื่อนมานั่งเล่นครับ ชื่อ อุมารุจัง ความจริงซื้อมาตั้งแต่ปีก่อนแล้วมั้งแต่พึ่งมาเปิดกล่องปีนี้แทน เกม ? เกมปีนี้ที่รู้สึกว่าพีคที่สุดในดวงใจคงต้องยกให้ Doki Doki Literature Club ครับ เกมจีบสาวน่ารักใสใส ทำเอาหัวใจเต้นตึกตักจนนอนไม่หลับเลยครับ J̵̛͍̱͔̪u̮̼͉̞͔̥͎͠s̸͖̻̖͟t̨͕̗̗̬̜͓̀ ̠̙̟͈͈̫ͅM̶̧͙̭͉̖ó͉̼͈̝ͅn̫̬̜͈̣̮̳͎̪͘i̛͟͏̼̲̩̪͕̞͉ķ͕͚͉̰̻a̝͕͔͍̟̠̜͙͘ อ่อ ใครยังไม่ได้เล่นก็ไปเล่นนะครับ เกมเขาดี เกมเขาฟรี ก็ไปเล่นซะ http://store.steampowered.com/app/698780/Doki_Doki_Literature_Club/ ให้อีกเกม เกมนี้ตอนเล่นจบแล้วตื่นตันมาก แบบอือหือ มันสุดยอดจริง ๆ ตอนนั้นเล่นจบแล้วรู้สึกแบบโลกนี้ดูสวยงามขึ้นมาทันที ยกให้นี่เลยครับ Highway Blossoms เกมดีแบบดีไม่ประชดครับ ไม่เหมือนข้อ 20 ก็ไปซื้อกันได้ครับ ดีทั้งภาพและเสียงเพลงประกอบ จนต้องตามหามาฟังใน spotify เลยครับ http://store.steampowered.com/app/451760/Highway_Blossoms/ เรื่องเสียงเพลงดีกว่า ถ้ามีคนเดินมาถามว่า ทุกวันนี้นายชอบฟังอะไร แต่ก่อนก็คงตอบไม่ได้เท่าไหร่ เพราะบอกได้แค่ฟังเพลงญี่ปุ่น แต่ถ้ามีคนมาถามตอนนี้ก็คงมีชื่อนึงขึ้นมาในหัวก่อนเลย คือ Snail’s house สุดยอด ชอบทุกเพลงที่พี่แกทำออกมาเลย เรื่องเงิน ๆ นี่ปีนี้ออกทางบวกพอควร เพราะงานเข้ามาด้วย เงินเลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ แล้วก็เลิกขอเงินแม่แล้วด้วยนะครับ เกือบลืม (เมื่อกี้เกือบจบบทความละ) ด้านอนิเมะ ปีนี้อนิเมะนี่ขอยกให้ Kemono friend เลยครับ สนุกมาก เป็นเมะต้นทุนทำที่ทำรถเคลื่อนที่ไปล้อมันยังไม่หมุนตามเลย แต่ต่อให้เรื่องนี้มันวนลูปภาพโง่ ๆ ซ้ำกันห้าวินาทีผมก็ไม่ด่ามันแน่นอน สุดยอดจริง ๆ สอนให้รู้ว่า อย่าดูถูกอนิเมะจากแค่ลายเส้นอย่างแท้จริง ก็คงจบเพียงเท่านี้สำหรับปีนี้ครับ เป็นปีที่เจออะไรมากมายเหมือนกัน แต่โดยรวมก็มีแต่เรื่องดี ๆ ซะส่วนใหญ่ ส่วนปีหน้าก็ตั้งเป้าหมายไม่มีอะไรมากมาย อยากตีพิมพ์เปเปอร์ให้ได้สักครั้ง และได้ไปญี่ปุ่นแบบไปด้านวิชาการอีกรอบครับ ก็ปีนี้ก็ใกล้จบลงแล้ว ก็ขอลากันไปก่อนครับ ...

31 ธันวาคม 2017

computer vision + machine learning แดนสนธยาลำดับที่สองของข้าพเจ้า

วันนี้นั่งคุยกับพี่ในแล็ปว่าตั้งแต่เริ่มเรียน computer vision เราก็ตื่นเต้นกับทุกอย่างมากขึ้นเยอะ เหมือนเดินไปในแดนสนธยา เป็นฟีลที่เหมือนสมัยเริ่มเขียนเว็บครั้งแรกตอน ม.4 ตอนนั้นจบ ม.ต้นมา เป็นยุคของการเรียนภาษา C เพราะพึ่งจบมาจาก สอวน.คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีแต่จอดำ ๆ กับโจทย์แนวแก้ปัญหา เลยตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราจะเอาภาษา C ไปทำอะไร ตอนนั้นพวกบอร์ดคอนโทรลก็ราคาหลักพันซะส่วนใหญ่ พวกหุ่นยนต์ก็แพงเอาการ (เอาจริงตอนนี้ก็พันกว่า ถ้าซื้อครบ ๆ มาทำอะไรให้ได้งานสักอย่าง) เงินสมัยนั้นไม่มีปัญญาไปซื้ออะไรพวกนั้นมาเล่น ก็เลยกลายเป็นเริ่มเบื่อภาษา C ต่อมาก็ได้มาลองเขียนเว็บครั้งแรกตอน ม.4 รู้สึกเหมือนเดินไปในแดนสนธยา (หมายเลขหนึ่ง) ทุกอย่างมันดูน่าสนใจไปหมด การมีเว็บของตัวเองให้คนทั้งโลกเห็น การเขียนอะไรสักอย่างแล้วมันเด้งให้เราใช้ เขียนแล้วมันตอบโต้กับเราได้ ส่งไปให้เพื่อนใช้ได้ ทุกอย่างมัน wow มาก ในที่สุดก็ได้งอกเว็บ PHP เว็บแรกออกมา คือ เว็บจับกลุ่มทำงานแบบสุ่ม (https://cloudian.in.th/random) เพราะเซ็งเพื่อนในห้องตอนนั้นที่ทำงานชอบจับกลุ่มแบบจับสลากแล้วเสียเวลาจับมาก กว่าจะจับเสร็จ โดยตอนนั้นรู้สึกว้าวมาก งานซอร์ฟแวร์ตัวแรกที่ให้เพื่อน ๆ ได้ใช้ ไม่ใช่ทำเพื่อแก้โจทย์ไปวัน ๆ ตั้งแต่นั้นก็ยาวเลยครับ จากเว็บจับกลุ่มเพื่อนในห้อง กลายเป็น ระบบลงทะเบียนชุมนุมโรงเรียน เป็นงานตัวแรกที่ได้ใช้ในจำนวนคนระดับเกือบพันคน ตั้งแต่นั้นมาก็จับงานสายทำเว็บมาโดยตลอด จนวันนี้ ก็ยังทำเว็บอยู่เหมือนเดิม หากินพอได้ด้วย แต่ก็เริ่มเฉย ๆ ไม่ตื่นเต้นเวลาเห็น Library ใหม่ ๆ ออก เห็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ออก รู้สึกเบื่อเวลาคนแชร์ Framework ใหม่ ๆ ออกมา แบบ จะออกหอกอะไรมากันนักหนา ตามไม่ทันโว้ย (แต่ก็ขอบคุณที่ออกมาให้ใช้กันนะครับ) ...

21 ธันวาคม 2017