[Review] ร้านวิวทะเลซีฟู้ดชะอำ อร่อยจนลืมกลับบ้าน (มีส่วนลด 10%)

สวัสดีหลังจากดองบล็อกมานาน ก่อนหน้านี้ยุ่งมากไม่มีเรื่องอะไรมาให้เขียนเท่าไหร่ ว่างจากงานไม่ทันใดก็ไปเที่ยวซะแล้ว แต่ครั้งนี้ไปเที่ยวดันได้ร้านอาหารเด็ดกลับมาด้วย เลยหยิบมาเขียนแนะนำกัน ตอนนั้นหาร้านอาหารกินกันช่วงเย็น ก็ไปเจอรีวิวแนะนำในเน็ตมาชื่อร้าน “ร้านวิวทะเลซีฟู้ดชะอำ” ทุกคนที่ไปกินบอกอร่อยมาก บางคนเขียนว่าอร่อยน้อยกว่านี้ได้ไหม ทนไม่ไหวอยากกินต่อเรื่อยๆ คือเห็นเขียนขนาดนี้แน่นอนมากคนในบ้านทุกคนต้องอยากไปกิน ก็จัดเลยขับรถไปกินกัน ขับรถจากที่พักไม่นานก็ถึง เป็นร้านที่เล็กกว่าที่คิดมาก เพราะจากรีวิวทุกคนเขียนกันจนคิดว่าร้านอาจจะใหญ่โต ไฮโซ อาหารชั้นเลิศ แต่เปล่าเลย ร้านตั้งอยู่แค่ตรงหัวมุมทางแยกในซอยเล็กๆ โต๊ะรวมกันไม่ถึง 10 โต๊ะด้วยซ้ำ แถมตอนที่ไปถึงร้านไม่มีคนเลย ตอนนั้นคนในครอบครัวก็เริ่มคิดกันแล้วว่าจะกินดีไหม เพราะภาพที่คิดไว้ร้านจะดูอลังกว่านี้ แต่ก็นะ… ต้องลองเข้าไปกินดูก่อนตัดสินใจ เดินเข้าไปในร้านมีพนักงานแค่สองคน คุณลุงกับคุณป้า ซึ่งทั้งสองคนนี้ก็เป็นทุกตำแหน่งในร้าน คนคิดเงิน เสิร์ฟอาหาร รับเมนู ทำครัว ฯลฯ ตอนนั้นก็ต้องทำใจละ เพราะก็มานั่งในร้านแล้ว จะอร่อยเหมือนที่คนเล่าลือกันไหมต้องลองดู ก็สั่งอาหารไป เมนูมีให้เลือกเยอะพอสมควร คุณป้าเข้าจองร้านที่ตอนนี้มาเป็นพนักงานเสิร์ฟก็บริการดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เรื่องบริการให้ไปเลยเต็มสิบ จากนั้นก็รออาหาร รอไม่นานมาก แต่ก็ไม่เร็วมาก เพราะคนในร้านมีแค่สองคน… จานแรกมาถึงเลย ปลากระพงราดน้ำปลา ได้ตักเข้าไปปุ๊ป คุณจะต้องอึ้ง! /ผิด จะบอกว่าคือ ปลาสด เนื้อแน่น ทอดกรอบนอกนุ่มในมาก ราดด้วยน้ำที่รสชาติกำลังดี กินกับข้าวสวยร้อนๆ บอกเลย จานนี้จานแรกมาก็ลืมความกังวลระหว่างรออาหารไปเลยว่าจะอร่อยไหม เพราะอร่อยมาก! จากต่อมา ปลาดุกทะเลผัดฉ่า จานนี้อร่อยไหมไม่รู้ แต่ก็ทำให้คนอาวุโสสุดในบ้านอย่างอากง(ตา) ผมต้องสั่งเผื่อไว้อีกจานห่อกลับบ้าน แล้วก็เตรียมจะมากินร้านนี้อีกในวันพรุ่งนี้เพื่อเมนูนี้โดยเฉพาะ ก็ลองคิดดูละกันว่าเมนูนี้มันอร่อยขนาดไหน (อากงผมบอกว่า อร่อยแบบนี้ไม่ได้กินมานานมากแล้ว หากินตามในกรุงเทพไม่ได้เลยจริงๆ) ...

11 สิงหาคม 2015

Codemania 10 งานรวมเหล่ากีคและคนที่เกือบกีค (มั้งนะ)

คำนำ โดยปกติเวลาไปงานรวมกลุ่มฟังบรรยาย เขาจะกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมกลับมาบ้านมาเขียนบล็อกด้วย แต่ผมก็ดองบล็อกไปประมาณเดือนนึงและพึ่งโดนเพื่อนไล่มาเขียน ก็ขอเชิญอ่านกันได้ ณ บัดนี้ เนื้อเรื่อง งานจัดที่ม.กรุงเทพ ที่มันมีตึกสวยๆอยู่นะ ไม่ใช่ตรงปทุมนะ! ไปกันถึงประมาณงานเริ่มพอดี งานครั้งนี้จัดดีขึ้น สถานที่ดีขึ้น แอร์เย็น (นี่คือประเด็นสำคัญ) ห้องประชุมก็ใหญ่โอ่อ่าดี ตอนนั้นนั่งข้างๆสมาชิกกลุ่ม 2600 คุณพิชญะ โมริโมโตะ ก็ตอนแรกก็เป็นนั่งฟังเขาพูดเปิดงาน โดยครึ่งเช้าจะเป็นเซสชั่นบังคับ คือ มีให้ฟังอย่างเดียว เลือกไม่ได้ เท่าที่จำได้คือ คนของ Microsoft มาพูด (อันนี้ขอติ พูดเป็นอังกฤษล้วน ไม่มีคนแปล ซึ่งมันควรจะมีหน่อย เพราะหลายคนเขาก็พูดกันว่าฟังไม่ออก คร่อก~) ต่อมาคือเซสชั่นของเด็กจุฬา พูดเรื่อง Sport Programming และ โอลิมปิกวิชาการสาขาคอมพิวเตอร์ เซสชั่นนี้ผมไม่ค่อยชอบ เขาเน้นเรื่องว่าเขาได้ไปโอลิมปิกนู่นนี้ เรื่องแบบนี้ความเห็นผมคือ… ควรไปพูดให้เด็กฟัง เพราะผมคาดเดานะ ผมว่าผมคือคนที่เด็กสุดในงานละ ซึ่งก็เลยวัยที่จะเข้าแข่งโอลิมปิกวิชาการละ ตอนนี้ที่แข่งได้คงเป็น Codejam หรือการแข่งนานาชาติมากกว่า เซสชั่นนี้ก็เลยบรั่ย (คร่อก~) ต่อมาก็เป็นเรื่องการแฮ็กเว็บโดยอยู่ในสถานการณ์ที่ Browser ไม่สามารถกดใส่ค่ายิงเข้าไปได้ เซสชั่นนี่ซับซ้อนพอสมควรเท่าที่จำได้คือการเขียนสคริปต์โจมตีจากคุ้กกี้หรืออะไรสักอย่าง (ลืม ๆ ไปละ) เรื่องสุดท้ายของภาคเช้าคืองานวิจัยจากคนของม.กรุงเทพ เรื่องการทำระบบที่ครอบคลุมในการใช้ Kinect เข้าทำเกมต่อสู้ (ประมาณนี้มั้ง นานมากลืม) น่าสนใจ ก็ดูเขาโชว์เรื่องการตรวจจับความเคลื่อนไหว และการแก้ปัญหาเมื่อต้องทำท่าปล่อยคอมโบ (หลายๆคนน่าจะเคยคิดว่าพวกเกมที่มีคอมโบ ขึ้นซ้ายซ้ายขวาลง แบบนี้จะทำท่าแบบไหนกัน) ...

25 กรกฎาคม 2015

แต่งเติมเสียงให้ Sublime Text ด้วย Sublime-Sound | มีคลิปตัวอย่าง

เกริ่นกันนิดนึง ก่อนหน้านี้ได้เห็นท่าน @dtinth โพสต์วิดีโอเกี่ยวกับปลั๊กอินของ Atom ซึ่งเป็นปลั๊กอินที่เพิ่มเสียงให้คีย์บอร์ดเรา ดูได้ตามวิดีโอนี้เลย https://www.facebook.com/dtinth/videos/10203609511112531/ ซึ่งบอกเลยว่าเห็นแล้วชอบมาก อยากได้บ้าง แต่ตัวผมนั้นทำงานบน Windows เป็นหลัก (อยากได้ Mac นะแต่แพง…) และตัว Atom เนี่ย มันคุยไม่ค่อยรู้เรื่องบน Windows มันจะไปใช้งานได้ดีบน Mac มากกว่า ผมเลยยังไม่หยุดใช้ Sublime Text ก็เลยเป็นปัญหาว่าอยากได้ปลั๊กอินแบบ Atom มาใช้ใน Sublime บ้าง หลังจากลองค้นหาใน Google อยู่ไม่กี่นาทีก็เจอว่าทาง Sublime Text ก็มีคนทำปลั๊กอินแบบนี้เช่นกัน ชื่อว่า Sublime-Sound และสามารถลงได้ผ่าน Package Control ได้เลย โดยเสียง Default ของปลั๊กอินคือเสียงเอฟเฟ็คของ Minecraft เช่น ถ้าคุณกำลังพิมพ์ มันจะเป็นเสียงเหมือนเวลาคุณขุดดิน ถ้าคุณเปิดปิดไฟล์ มันจะเสียงเหมือนเวลาคุณเปิดปิดประตูใน minecraft ซึ่งแน่นอน ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบเสียงพวกนี้ แต่ไม่เป็นไร เพราะมันก็ยังมีเสียงแบบอื่นๆให้เลือก (ลิงค์ท้ายบทความ) โดยฝั่ง Mac ปลั๊กอินจะมีคำสั่งให้สามารถลงไฟล์เสียงเพิ่มได้ทันที ส่วนทางฝั่ง Windows จะมีคำสั่ง Replace sounds ให้ ซึ่งจะเป็นโฟลเดอร์ให้เราเอาโหลดไฟล์เสียงจากแหล่งมาใส่เอง (กันดารยังไงไม่รู้) กรณีที่เสียงทั้งหมดทั้งมวลที่ปลั๊กอินให้คุณใช้มันไม่ถูกใจ คุณก็สามารถหาเสียงที่คุณต้องการมาใช้แทนได้เลย โดยการเปิดโฟล์เดอร์ของปลั๊กอิน (ฝั่ง Mac ผมไม่รู้ว่าโฟลเดอร์อยู่ไหน แต่ฝั่ง Windows Preference > Package Settings > Sound > Replace Sounds ได้เลย มันจะเปิดโฟลเดอร์ให้) จากนั้นก็ยัดเสียงที่คุณต้องการลงโฟลเดอร์ตาม Event เลย โดยชื่อโฟลเดอร์จะตั้งตามเหตุการ์ที่มันทำงานเช่น On_Load, On_New อะไรงี้เป็นต้น แต่ระวัง เสียงที่คุณจะเอามาใช้ไม่ควรใหญ่เกินไป ...

10 กรกฎาคม 2015

โชว์วิธีเท่ ๆ เที่ยวทริปเก้าวัดไงให้ได้วัดเดียว

ประมาณสี่วันก่อนวันนัดหมาย เรา: อยากไปถ่ายรูปเล่นจังเลยยยย เพื่อน: มาสิๆ มา เรา: ไปไหนอะ เพื่อน: ส่งรายชื่อวัดที่จะไป เรา: จัดลำดับวัดอะไรเนี่ย เดี๋ยวเราจัดให้มา เดี๋ยวไปด้วยเลยละกัน สรุปเสร็จสรรพนัดกันเก้าโมงเช้าที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มาแล้วให้โทรหา ทั้งหมดเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวในครั้งนี้ครับ… สี่วันต่อมา ขณะนั้นเก้าโมงเช้าผมยังอยู่ที่ท่าเรือแถวบ้าน… กว่าจะถึงที่อนุฯก็ตั้งเกือบเก้าโมงครึ่ง เจอหน้าเพื่อนก็ต้องขอโทษขอโพยกัน (ปกติผมนี่ตรงเวลามากเลยนะ เลทมากๆก็สิบนาที) ครับ แต่ปัญหาไม่ใช่ผมที่มาสายแค่คนเดียว เพื่อนอีกคนนึงยังติดแหงกอยู่แถวบ้านอยู่เลย… เพื่อนบอกว่ารถติดมากไม่ขยับเลย ก็นะ… ไม่รู้ทำไงก็เลยไปหาอะไรกินกันก่อนเพราะเพื่อนบางคนที่มาแล้วยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย ก็ไปนั่งกินข้าวมันไก่กันแถวนั้น เกือบจะยี่สิบนาทีผ่านไปแล้ว เพื่อนอีกท่านหนึ่งยังไม่มีวี่แววว่าจะโผล่มาเลยก็เลยต้องโทรไปเรียนสอบถามกัน ครับ… เธอบอกว่าจากจุดที่โทรไปครั้งแรกยังขยับมาไม่เกินสามร้อยเมตรเลย! พวกเราก็คงจะพอทราบกันแล้วละครับว่าคงต้องหาอะไรทำรอล่ะ เพราะจากจุดที่เพื่อนคนนั้นมา (เดอะมอลล์งาม) มาอนุฯด้วยความเร็วเท่านั้นไม่ใช่เรื่องตลก เปิดวงประชุมเร่งด่วน ไปไหนดีละ… สุดท้ายตัวผมก็เสนอให้เพื่อนๆไปที่หอศิลป์กัน เพราะมันมีนิทรรศการก็อยากชวนเพื่อนไปด้วย จากอนุฯก็นั่ง BTS ไปลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติเพื่อเข้าไปเดินเล่นหอศิลป์กัน เดินวนไปวนมากัน ผมนี่อยากเดินดูเรื่อยๆนะครับ แต่เพื่อนผมไม่ค่อยชอบกัน ก็เลยเดินไปสลับคุยเล่นไปจนกว่าเพื่อนอีกคนจะมา ครับ… กว่าเพื่อนอีกคนจะมาตอนนั้นก็เลยเวลาไปกว่าชั่วโมงแล้ว แต่ไม่ว่าครับ เราคนดีต้องให้กำลังใจเพื่อน สู้ต่อไปคราวหน้าอย่าเลทอีก! (เพราะเลทอีกผมขอกลับบ้านละ) เพื่อนครบ ทุกอย่างครบ ได้เวลาเริ่มทริปจริงๆละ โดยวัดแรกที่เราจะไปคือวัดภูเขาทอง หรือ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร นั้นเอง จากหอศิลป์ก็เดินทางด้วยรถแท็กซี่ นั่งกันห้าคน ไปถึงวัดก็ตกคนละ 11 บาทได้ เมื่อถึงวัดก็ไหว้พระอะไรนิดหน่อยแล้วเดินขึ้นภูเขาทอง ด้วยอากาศที่อภิมหาสุดยอดร้อนของประเทศไทยอยู่แล้วผนวกรวมกับการเดินขึ้นบันไดด้วยทำให้ตอนนั้นเหมือนกำลังอบไอน้ำยังไงยังงั้นเลย เหงื่อนี่ท่วมตัวแหวะแหยะไปหมด แถมแดดแรงมากด้วยถึงแม้จะมีเมฆก็ตาม ...

20 มิถุนายน 2015

อ่านแล้วบอกต่อ "มิโคชิบะ กาคุโตะ กับ ความน่าจะเป็นของเจตนาฆาตกรรม"

ซื้อมาดองนานมาก หลายเดือนละพึ่งได้อ่าน พบกับ มิโคชิบะ กาคุโตะ กับ ความน่าจะเป็นของเจตนาฆาตกรรม (ชื่อยาวไปไหน) นิยายแปลจากญี่ปุ่นของค่าย Enter Books เป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับรองศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ที่เอาความสามารถทางคณิตและความน่าจะเป็นมาช่วยไขคดีต่างๆ ตามคอนเซ็ปต์พระเอกเก่งๆทั่วไป พระเอกจะนิสัยไม่น่าคบหา ออกไปทาง NEET ชอบเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร (เจอแนวพวกนี้จนเบื่อ) ส่วนนางเอกเป็นตำรวจที่ยึดมั่นในความยุติธรรมที่พึ่งโดนพักงานเพราะเป็นหนึ่งในส่วนร่วมของการสอบปากคำที่มีการทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา เลยกลายเป็นย้ายมาอยู่กับพระเอกแทน โดยรายละเอียดก็ดำเนินเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวกับการสืบสวนทั่วไป แต่ไม่ต้องห่วงสำหรับคนเบื่อโคนัน คดีส่วนใหญ่ไม่มีทริคซับซ้อนเส้นเอ็นพันประตู ฆาตรกรรมในห้องปิดตาย ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการสอบปากคำผู้ต้องหาเพื่อให้ได้ความจริงที่จริงที่สุดออกมา ตอนแรกที่ผมอ่านก็รอว่าพระเอกมันจะใช้ทฤษฎีคณิตศาสตร์ล้ำๆอะไรออกมาไหม (ความจริงต้องบอกว่ารอนักเขียน) ซึ่งอ่านไปแรกๆก็ไม่มีเลย ผมนี่อ่านไปบ่นไปเลยว่า ไม่มีอะไรเลย เพราะส่วนใหญ่ก็เอาหลักความน่าจะเป็นในระดับมัธยมที่เราๆคุณๆเคยเรียนกันมาแล้วมาใช้ ซึ่งมีบางส่วนที่ใช้คณิตขั้นสูง (ตัวละครเขาว่างั้น) แต่ก็ไม่ได้มีการอธิบายอะไรลึก เหมือนกล่าวลอยๆ จนผมแทบจะวางหนังสือลงละ แต่บังเอิญจริงๆ อ่านจบส่วนแรกดันเปิดไปเจอภาพนางเอก อืมมมมม ก็น่ารักดีนะ งั้นอ่านต่อซะหน่อย นี่เลยกลายเป็นเหตุผลให้ผมอ่านจนจบ (ไม่ใช่ละ) อันที่จริงก็มีเหตุผลอื่นรวมอยู่ด้วย ซึ่งคือเมื่ออ่านไปท้ายๆแล้วจะพบว่าจุดประสงค์ของพระเอก (หรือคนเขียน) ไม่ใช่การอ้างหลักการทางคณิตศาสตร์ล้ำระดับคนโง่ๆที่ได้เกรดสองคณิตจะไม่เข้าใจมาอ้าง แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่าเราสามารถเอาหลักการคิดอย่างเป็นระบบของคณิตศาสตร์มาใช้ในการหาเหตุผลต่างๆรอบตัวเราได้แทนที่จะใช้สิ่งที่เรียกว่า เซ้นส์ หรือ ความรู้สึก สรุป ก็ไม่มีอะไรมาก อ่านเพลินๆก็สนุกดี นี่อ่านจบแล้วก็อยากหาเล่มใหม่มาอ่านต่อทันที ทั้งๆที่ตอนแรกซื้อมาโดยบังเอิญ (จะซื้อหนังสือเรียน ไปเจอนิยายแทน) ซึ่งถ้าคนไม่ชอบนิยายก็ไม่เป็นไร เพราะมันมีทำเป็นมังงะ(หนังสือการ์ตูน) ขายด้วยในชื่อ สืบคณิตพิชิตคดีกับมิโคะชิบะ กาคุโตะ (Kakuritsu Sousakan Mikoshiba Gakuto) ของสำนักพิมพ์ NED ครับ ก็หาอ่านกันได้ แต่แนะนำให้อ่านนิยายมากกว่าเพราะจะได้อรรถรสครบถ้วน ถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่าแปลแข็งๆไปบ้างก็ตาม

20 มิถุนายน 2015

[รีวิว] Croissant Taiyaki ขนมที่ไม่รู้จะตั้งชื่อสองประเทศรวมกันทำไม

เกริ่นก่อนครับ… เรียกว่าให้ความรู้อันน้อยนิดมากๆ เพื่อจะได้ด่าและแซะขนมชนิดนี้ถูกต้อง Croissant เรียกบ้านๆก็คือ “ครัวซองค์” บ้านเกิดอยู่ฝรั่งเศส แต่หลายร้อยปีต่อมาก็เห็นวางขายชิ้นละ 25 บาท ตามตลาดทั่วไปจนนึกว่าขนมไทย อันที่จริงคือ ขนมไทยหายากกว่าครัวซองค์อีก ต่อมาคือ Taiyaki เรียกทั่วไปก็ “ไทยากิ” ต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น เป็นขนมรูปปลา ยัดใส่ด้านใน เวลากินก็กัดเข้าไปเจอไส้(ปลา) เยิ้มออกมา ไส้ด้านในก็เป็นพวกคัสตาร์ด, ถั่วแดง, ถั่วหวาน เป็นต้น ญี่ปุ่นกับฝรั่งเศสห่างกันครึ่งโลก แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเอาชื่อขนมสองประเทศมารวมกัน? แต่เรื่องชื่อก็เรื่องนึง เพราะนี่ตอนกินไม่ได้สนใจชื่อเลย ได้มาก็กินเลย และนี่ก็คือขนม Croissant Taiyaki ปกติแล้วจากที่เคยพบเห็น ไทยากิจะมีลักษณะเป็นขนมรูปปลาตามที่กล่าวไว้ ซึ่งคุณเข้าใจคำว่ารูปปลาใช่ไหม มันต้องตัดมาเป็นตัวปลาเลย ตอนผมได้ยินว่าไทยากิ ผมก็เข้าใจว่ามันจะเป็นแบบที่เราเห็นตามอนิเมะ หรือซีรี่ย์ญี่ปุ่นอะไรนั่น แต่พอได้เจอของจริง คุณก็ต้องอึ้ง! คือแบบ… เอาขนมสี่เหลี่ยมยัดไส้แล้วปั๊มรูปปลาชัดๆ ตัดขอบหน่อยให้สวยงามไม่ได้หรอ? หรือกลัวลูกค้าเสียดายไปคุ้ยเศสขนมกินในถังขยะของร้าน แต่ก็ช่างมัน เพราะคิดว่า อ่า! นี่อาจจะเป็นการทำไทยากิสไตล์ฝรั่งเศสก็เป็นได้! อย่างที่เห็น ตัวแป้งของขนมจะมีเกล็ดสี่เหลี่ยมๆรอยรอบขนม มันคือเกล็ดน้ำตาลครับ โดยรวมเกล็ดน้ำตาลอร่อยกว่าขนม คือตอนเคี้ยวเจอเกล็ดน้ำตาลนี่เพลินนะ กรุ่บๆกรอบๆ ชิ้นแรก ไส้คัสตาร์ด(เย็น) คำว่า “เย็น” หลังชื่อผมไม่ได้เติมเองนะ คือเห็นแม่(คือแม่เป็นคนซื้อ ไม่ใช่ผม) บอกว่ามันเขียนชื่อไส้ที่ร้านว่า “คัสตาร์ดเย็น” อย่างงี้จริงๆ นี่ก็คิดเล่นๆว่า ถ้าเอาไปตากแดดประเทศไทยสักครึ่งชั่วโมงมันต้องเปลี่ยนชื่อเมนูเป็น “คัสตาร์ดร้อน” ไหม ...

9 มิถุนายน 2015

[รีวิว] คืนความสุขสู่ประชาชน กับ Deemo 2.0

สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก แนะนำให้ลองอ่านบล็อกเก่าของผมก่อน คลิ๊ก ไม่ว่าจะสอบตก เงินหมด รถติด ไฟไหม้ แฟนทิ้ง แต่ถ้าได้มาเล่นเกมนี้ เสียงดนตรีจะทำความสุขกลับมา ผมให้นิยามเกมนี้ไว้ตามข้อความด้านบน เพราะเกมนี้มันเทพมากจริงๆนะครับ เพลงส่วนใหญ่เพราะมาก และไม่ได้เป็นการเอาเพลงนักร้องดังๆมาทำ แต่ทั้งหมดจะแต่งเอง และอีกทั้งตัวเกมมีเนื้อเรื่องด้วย จริงทำให้การเล่นเกมนี้สนุก น่าติดตาม และเล่นได้ไม่เบื่อ (ถ้ายังไม่เวลตัน) Deemo อันที่จริงก็มีมานานแล้ว ค่ายเดียวกับ Cytus ซึ่งก็คือค่าย Rayark Games แต่หลังจากรอคอยกันมาเนิ่นนานจากสัญญาณที่แว่ว ไม่แว่วสิเพราะค่ายเกมประกาศกันในเพจเฟสบุ้คเลยว่าจะทำเวอร์ชั่นสอง (version 2.0) แฟนคลับของเกม Deemo ก็ต่างรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ จนไม่นานมานี้ทางค่ายเกมก็ประกาศอัพเดต Deemo 2.0 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย นี่เลยเป็นเหตุผลให้ผมเอามาเขียนอวยไส้แตก หรือเรียกดีๆก็คือรีวิวนั้นเอง ถ้าใครมีอยู่แล้วก็จะอัพเดตเกมได้ทันที แต่ถ้าใครยังไม่เคยโหลด ทางฝั่ง Android ก็สามารถให้ท่านๆโหลดมาเล่นกันได้ก่อน แต่เล่นได้ไม่มากเพราะเป็นแค่ตัวทดลอง ส่วนทางฝั่ง Apple ผมไม่ทราบว่ามีทดลองเล่นหรือเปล่า ซึ่งตอนผมเล่นผมก็กดซื้อมาเลย อะ เข้าเรื่องกันต่อ พออัพเดตเสร็จเปิดเกมมา ภาพหน้าหลักเกมเปลี่ยน! เข้ามาในเกมก็จะเห็นเนื้อเรื่องดำเนินต่อจากภาคที่แล้ว ไม่อยากสปอยล์ไปหาเล่นเอาเองนะครับ (ประเด็นคือขี้เกียจเขียน) ฉากในเกมหลายๆฉากในภาคนี้ก็จะเปลี่ยนไปพอสมควร อีกทั้งต้นไม้ก็โตขึ้นได้เรื่อยๆแล้ว จากก่อนหน้านี้มันตัน อัพเดตอีกจุดคือ จากแต่ก่อนหากเราต้องการซื้อเพลงเพิ่ม เราต้องเข้าไปในห้องสมุดที่มีผู้หญิงใส่หน้ากากอยู่ แต่ตอนนี้ไม่ต้องละ เพราะรายชื่ออัลบั้มเพลงทั้งหมดจะแสดงให้เห็นตอนเรากดเล่นเลย แค่เราเล่นได้กับเล่นไม่ได้เท่านั้น อัลบั้มที่มีสีคืออัลบั้มที่เรามีอยู่แล้ว แต่ส่วนที่เป็นขาวดำก็คืออัลบั้มที่เรายังไม่ได้ซื้อ นอกจากนี้ยังมีห้องใหม่เพิ่มมาด้วยตามกับเนื้อเรื่องที่เพิ่มเข้ามา!! แต่ผมขอเอามาลงแค่ภาพเดียวและไม่ขอบอกว่าห้องอะไรอยู่ตรงไหนเดี๋ยวจะเป็นการสปอยล์ ทั้งหมดที่ให้กล่าวถึงก็คงมีเพียงเท่านี้ครับ ก็อยากให้ลองเล่นเองซะมากกว่า ราคาเกมตอนนี้ประมาณร้อยกว่าหรือสองร้อยผมก็ไม่ทราบ แต่บอกเลยว่าคุ้มมากกับราคา เพราะมันกลายเป็นเกมที่ผมชอบมากที่สุดเกมหนึ่งเลยก็ว่าได้ ...

1 มิถุนายน 2015

เปรียบเทียบ Ghost vs Wordpress อยากเขียนบล็อกควรใช้อันไหน?

ปิดเทอม เพื่อนหลายคนไปเรียนต่างประเทศกันเยอะ นี่เลยชวนๆให้เอาประสบการณ์ไปเรียนต่างประเทศนะ เขียนลงบล็อกเผื่อเผยแพร่ให้คนอื่นได้อ่านกัน ส่วนใหญ่คำถามที่ตอบกลับมาคือ เขียนลงอะไร exteen ไหม ซึ่งผมก็แน่นำ Wordpress ไปง่ายดี แต่หลายครั้งก็เสริมๆให้ลอง Ghost ด้วย ซึ่งร้อยละร้อยถามกลับมา “ต่างกันไง” โดนถามหลายรอบมาก รอบนี้เลยเขียนสรุปตามความเห็นของตัวเองละกัน (ไม่ใช่อะไร เผื่อมีคนถามอีกขี้เกียจตอบ กะโยนบล็อกให้อ่านเลย….) Wordpress สะดวก ออปชั่นเยอะ Wordpress เป็นแพลทฟอร์มบล็อกที่คนนิยมโดยเสียส่วนมาก เพราะใช้งานง่าย สะดวก ปลั๊กอินเยอะมาก คุณต้องการอะไร มันมีให้หมดแล้วแค่อาจจะต้องโหลดเพิ่ม ทำอะไรก็ทำได้ เว็บเล็กๆ ยัน เว็บบริษัท นอกจากนั้นคือกลุ่มสังคมของคนใช้ Wordpress นั้นกว้างมาก หากคุณมีปัญหาอะไร เซิร์ชใน Google ได้เลย ไม่มีทางที่ปัญหาที่คุณเจอคนอื่นจะยังไม่เจอแน่นอน หรือเข้าไปถามตามกลุ่มในเฟสบุ้คก็ได้ ต้องมีแน่นอน ลักษณะของ Wordpress คือ คุณเข้าไปที่เว็บของคุณ แล้วก็เขียนบทความตามใจชอบ ใส่ภาพใส่วิดีโอ อัพภาพเข้าบทความทำได้หมด เพราะ Wordpress มีระบบที่รองรับงานเขียนของคุณได้หมด ตัวหนาตัวบางตัวเอียง เปรียบเทียบคงจะบอกได้ว่าเหมือนเขียนงานใน MS Word ส่วนพวกสื่อภาพวิดีโอ Wordpress ก็สามารถให้คุณอัพไฟล์ของคุณขึ้นไปได้แล้วนำใส่บทความ พูดง่ายๆคือ ระบบจัดการสื่อและระบบที่ไว้เขียนงานครบครันมาก ซึ่งสำหรับคนเริ่มเล่นก็เหมาะเลย เพราะสามารถลงทะเบียนและใช้งานได้ทันที (Wordpress.com) หรือบางคนไฮโซหน่อย มีเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองก็สามารถไปโหลดได้ที่ (Wordpress.org) ...

17 พฤษภาคม 2015

รีวิว: อยากเขียน เพราะพึ่งได้กิน "เลอแปง บานาน่า"

ช้าไปมากแต่อยากเขียน พึ่งได้กิน ก่อนหน้านี้ซื้อมาแล้ว แต่พระเจ้าแกล้งหรือไงไม่ทราบ ป่วยเป็นไข้ พอหายก็ปากเป็นแผลต่อ ที่ซื้อมาเลยหมดอายุไปก่อน รอบล่าสุดซื้อมาเลยอีกรอบสองชิ้น “บะ นะ น่า!” เข้าใจว่าอักษรญี่ปุ่นบนซองอ่านงั้น… ราคาเพียง 12 บาท กับขนมกล้วยๆหนึ่งชิ้น เลอแปงบานาน่านี้มิได้วิเศษวิโสอะไร แค่หมดอายุไว มีอายุห้าวัน เพราะฉะนั้นแนะนำซื้อมาแล้วกินเลย เดี่ยวไม่ได้กิน ว่าไงนาย มะมะ ชิมเราจิ - น้องกล้วยไม่ได้กล่าวแต่ผมเขียนเอง อย่างที่เห็น เนื้อแป้งดูเนียนนุ่ม จิ้มๆแล้วก็นุ่มจริง แต่พระท่านสอนไว้อย่าดูแต่ภาพลักษณ์ภายนอก งั้นเรามาแหวกมันเลย กัดไปคำ เพื่อเผยเนื้อในออกมา ก็อย่างที่เห็นครับท่านผู้ชมด้านในเป็นไส้คัสตาร์ด ล้อมรอบด้วยเนื้อแป้งนุ่มๆ สรุป กินแล้ว ก็อร่อยมาก รสชาติจะเหมือนพวกขนมทั่วๆไปที่ใส่รสกล้วยลงไป นึกไม่ออกให้นึกพวกนมรสกล้วย ประมาณนั้น ไม่เลี่ยน รสไม่อ่อนเกิน อร่อยดี อยากจะบอกว่าตอนกัดลงไปนี่นะ โหยย แป้งนุ้มนุ่ม ก็แนะนำให้ลองซื้อมากินกัน ขนมจอมดราม่า!! อันที่จริงอยากซื้อ TokyoBanana ที่เป็นคู่ครหากันก่อนหน้านี้ แต่หาลองยาก ไม่รู้จะซื้อจากที่ไหนได้ เลอแปงดีกว่า หาง่ายตามเซเว่นที่มีแทบทุกร้อยเมตร… ปล. บทความนี้กระผมมิได้รับเงินจากทาง CP ให้มารีวิวแต่อย่างใด แต่ถ้าทางฝ่ายการตลาดของCP อยากให้เงินผมรีวิวอีกผมก็ไม่ว่า ขอบคุณครับ . . . . //ของแถม ขนมลาเคลือบน้ำผึ้ง พอดีได้มาฟรี เลยรีวิวตอบแทนหน่อย สั้นๆ เข้าใจว่าเป็นของโครงการพระราชดำริที่จังหวัดนครศรีธรรมราช หน้าตาเยี่ยงนี่ ตอนแรกเห็นคิดว่าฟองน้ำขัดตัว (ฮา) มีประมาณสิบชิ้น ส่วนราคานี่บอกเลยไม่รู้ ได้มาฟรี ...

16 พฤษภาคม 2015

รีวิว: ร้านลาเมมัวร์ ร้านกาแฟแถวบางแค

ไม่รู้จะเรียกว่ารีวิวได้ไหม เหมือนจะเป็นแนะนำมากกว่า เพราะนี่ก็ยังไม่ได้กินอะไรเยอะ แต่ชอบ เพราะแถวบางแค (บ้านอยู่เขตภาษีเจริญแต่ใกล้บางแค) มันแทบไม่ค่อยมีร้านกาแฟนั่งสักเท่าไหร่ หรือมีแต่หาไม่เจอไม่รู้ ตอนนี้ที่รู้ๆคือสองร้าน และร้านนี่ก็คือหนึ่งในนั้น ร้านลาเมมัวร์ (La Mémoire) เป็นร้านเล็กๆ ส่วนที่เป็นห้องแอร์จะเล็ก แต่ที่นั่งส่วนนอกห้องแอร์จะกว้าง อยู่ใต้เงาไม้ (แต่อากาศประเทศไทย ก็ไม่ใช่ประเทศที่จะมานั่งชิลๆนอกห้องตอนบ่ายๆได้) ร้านเปิดเพลงเบาๆคละไปกับบรรยากาศร่มไม้และกินไอของกาแฟ และที่สำคัญร้านมี Free-WiFi ครับ (สำคัญมากอันนี้) ราคาอยู่ในช่วงประมาณ 40-80 บาท กาแฟส่วนใหญ่จะประมาณ 60-70 บาท นอกจากเครื่องดื่มชง ก็มีพวกเค้ก และเหล้า (ขายเหล้าด้วยนะเออ) เค้กเท่าที่ลองมาตอนนี้คือ “เครปเค้ก” ราคา 95 บาท ครีมเยอะไป ส่วนรสชาติพอใช้ได้ (ไม่รู้ว่าเค้กรับมาหรือทำเอง) เท่าที่กินไปตอนนี้ก็มีพวก คาราเมลมอคค่า, มัทฉะลาเต้ และอิตาเลี่ยนโซดา รสชาติใช้ได้ โดยเฉพาะคาราเมลมอคค่า ชิมปุปชอบเลย อร่อย ไม่หวานเลี่ยน ไม่อ่อนเกิน เรื่องรสชาติอันนี้ก็คงแล้วแต่ปากคน แต่ก็ถือว่าเป็นสถานที่นั่งกินกาแฟดีๆอีกที่ในแถวบางแค ผมจะชอบเดินไปร้านนี้ตอนประมาณเกือบๆทุ่ม พระอาทิตย์ตกไปแล้วมันไม่ร้อน เดินไปสะดวก นั่งกินกาแฟฟังเพลง อ่อ ร้านมีหนังสือให้อ่านด้วย แต่ก็ไม่ได้เยอะมากนัก สมัยก่อนไปกินมีคลับแซนด์วิชเป็นอาหารเช้านะ ไม่รู้เดี๋ยวนี้มีไหม เข้าไปก็ชวนเจ้าของร้านคุยกันได้ เป็นกันเอง (ผมเคยได้มะม่วงจากร้านเขามาฟรีด้วย!) ร้านเปิดตั้งแต่ 9:00 นาฬิกา ถึง 20:00 นาฬิกา เปิดทุกวันยกเว้นวันอังคาร ส่วนแผนที่ดูเอาที่เฟสบุ้คของร้านเอาละกัน ...

3 พฤษภาคม 2015