การสอบ SIIT ของเด็กม.ปลายธรรมดาๆคนนึง

วันที่ 11 ตุลาคม 2557 : สอบ SIIT คณะ IT มาครับ ตอนแรกกะจะไม่เขียนบล็อก แต่คิดไปคิดมาลองเขียนดีกว่าเรื่องสอบ เพราะมีเหตุการณ์เยอะอยู่ครับ สอบ 8.00น. ครับ ก็ไปกันแต่เช้าเลย เข้าไปในมหาลัยปุ๊ป รถเยอะมาก ก็รถของคนที่มาสอบกันนี่แหละครับ เดินหาตึกอะไรสักพักก็เริ่มเข้าสอบ แต่กว่าจะได้เข้าห้องสอบเหมือนจะเลยเวลาสอบมาสักประมาณ 5 นาทีแล้ว ไม่รู้ทำไมเขาปล่อยให้เข้าช้ากว่าห้องอื่น .__.)? วิชาแรกคือ คณิตศาสตร์ วิชาที่ผมห่วยเกือบที่สุดละ มี 40 ข้อ ภาษาอังกฤษทั้งหมด แต่นั้นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือผมทำไม่ทัน และบางข้อก็ไม่รู้ลืมวิธีทำไปแล้ว เท่าที่ผมมองๆผมรู้ว่าผมเคยทำโจทย์พวกนี้มาหมดละ แต่ก็ตั้งแต่ม.สี่ ม.ห้า ลืมไปหมดละ เย้! ก็มั่วไปเยอะครับ วิชาถัดมาคือ วิทยาศาสตร์ อันนี้ง่ายครับ ผมอุตส่าห์จำสูตรฟิสิกต์มา เผื่อต้องใช้ ปรากฎไม่มีครับ เน้นถามความรู้รอบตัวเสียส่วนใหญ่กับความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ 40 ข้อ ภาษาอังกฤษหมดเหมือนกันครับ มีไม่มั่นใจประมาณ 10 ข้อ แต่ก็น่าจะถูกละนะ? ทำเสร็จก่อนเวลา วิชาวิทย์มีข้อนึงผมฮากับมันมา ถามว่า เห็นเป็นพวกใด ก็มีฟังไจ โพรติส พืช อะไรพวกนี้มาให้ แต่ช้อย E เป็นคำว่า Alien คือ.. ผมไม่รู้ว่ามันเป็นมุกของคนออกสอบ หรือมันหมายถึงพวกสิ่งมีชีวิตระบุประเภทไม่ได้ก็ไม่รู้ แต่ก็ฮาดี ...

12 ตุลาคม 2014

นีทชิน @ Chibi Chibi Cafe

นีทชินออกไปกินข้าวนอกบ้านครับ… (อ้าว งั้นก็ไม่ใช่นีทแล้วดิ) แก้ครับ -> ชินออกไปกินข้าวนอกบ้านครับ… ประโยคเปิดอะไรเนี่ย!! ช่างมันละกันครับ ประเด็นคือเมื่อวานไปกินอาหารนอกบ้านมาครับ เกริ่นก่อนเลยละกัน วันศุกร์ ที่ 3 ตุลาคม ตอนเวลา 9.27 น. กระผม ได้ตื่นจากห้วงนิทราด้วยเสียงค้อนประมาณสี่อันรัวอย่างเป็นจังหวะ คือ บ้านข้างๆมันซ่อมบ้านครับ รำคาญมากเลยตื่น ตื่นมาก็จิ้มเปิดโทรศัพท์ พอมันต่อเน็ตปุ๊ป เสียงแจ้งเตือนก็รัวมากครับ แต่ดันทีเสียงแอพไลน์เด้งขึ้นมาด้วย เลยแปลกใจ ปกติไม่เคยมีคนทักไลน์มาเลย เพื่อนชวนไปหาไรกิน จังหวะนั้นคือตอบ ไป!! ทันที รำคาญบ้านข้างๆมากเลยตอนนั้น แทบจะนอนร้องไห้ละ หือๆๆ ;w; ความสงบสุขของฉ้านนนนน~ ก็เลยออกจากบ้านไปเจอเพื่อนนู่นนี่ แล้วกินข้าวเที่ยงนิดหน่อยครับ แล้วเดินเข้าไปต่อในซอยรางน้ำ นี่ละครับ เนื้อหาเน้นๆอยู่ตรงนี้ Chibi Chibi Cafe ตั้งอยู่ในซอยศรีอยุธยา 2 ถนนรางน้ำ แถวๆอนุสาวรีย์ชัยนั้นแหละครับ ถ้าเดินจาก Century มันจะประมาณ 700 เมตร สภาพร้านเหมือนจะดัดแปลงจากบ้านไม้เก่าสองชั้นมาอีกที มองจากด้านนอกเป็นบ้านไม้ไทยสไตล์ธรรมดา แต่ตัวร้านเป็นสไตล์โมเดิร์น ออกแบบได้สวยมาก ร้านมีขนาดไม่ใหญ่มาก ในร้านมีโต๊ะขนาดเล็กประมาณสี่ที่ และต้องยาวตั้งอยู่กลางร้านอีกโต๊ะ บรรยากาศร้านสบายๆ นั่งชิวๆ ฟังเพลงอ่านหนังสือ หรือทำงานได้ทั้งวัน อย่างวันที่ผมไป ผมกะนั่งแปปเดียวครับ แต่ฝนดันตก ก็เลยนั่งคุยกับเพื่อนไปเรื่อยๆ มองบรรยากาศไปจนฝนหยุดตกก็ไม่มีปัญหาครับ ...

4 ตุลาคม 2014

"ชื่อล่อเป้า" มันผิดกฏนะคุณ!!

เนื่องจากตอนนี้กำลังมีงานกลุ่มที่ต้องทำคลิปอัพขึ้น Youtube กันเยอะ ก็เลยจะเห็นๆคนแชร์คลิปกันเยอะแยะ โดยเกณฑ์ของคะแนนคือ ทำ “ยอดวิว” ให้เยอะเกินที่กำหนด เมื่อวานก่อนผมเห็นเพื่อนผมคุยกันเรื่องการตั้งชื่อของคลิปให้น่าสนใจ ซึ่งก็มีบางคนเสนอแนวคิดขึ้นมาว่า ลองตั้งทำล่อเป้าสิ เช่น “รีบดูก่อนลบ” ตอนนั้นผมเข้าใจว่าเขาก็พูดกันเล่นๆนะ ซึ่งผมเลยสงสัย เพราะจำได้ว่า Youtube มีกฏห้ามตั้งชื่อแบบนี้อยู่ Youtube จะมีการตั้งกฏระเบียบเกี่ยวกับการอัพโหลดวิดีโอขึ้นไปอยู่ ผมเลยเข้าไปอ่าน ซึ่งก็เจอจริง ๆ เพราะมีกฏข้อหนึ่งระบุไว้ว่า ไม่มีใครชอบสแปม อย่าสร้างคำอธิบาย แท็ก ชื่อ หรือภาพขนาดย่อที่ทำให้เข้าใจผิดเพื่อเพิ่มการเข้าชม และไม่ควรโพสต์เนื้อหาที่ไม่กำหนดเป้าหมาย ไม่เป็นที่ต้องการ หรือซ้ำๆ รวมถึงความคิดเห็นและข้อความส่วนตัวจำนวนมาก ซึ่งการตั้งชื่อวิดีโอล่อเป้าให้คนเข้าใจผิด ตามความเข้าใจผมแล้ว มันเข้าข่ายกฏระเบียบข้อนี้อยู่นั้นเอง ก็เลยอยากเตือนต่อๆไปว่า การทำคลิปให้น่าสนใจ ถ้าคุณมั่นใจว่าคลิปนั้นดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งชื่อให้คนเข้าใจผิดกันหรอกครับ มันไม่เหมาะ บางกรณีที่ผู้ใช้เห็นว่าคลิปนั้นกระทำผิดกฏ หรือมีการตั้งชื่อที่ส่อให้เข้าใจผิด จริงๆเพื่อประโยชน์แก่การเรียกยอดวิวแล้วนั้น ผู้ใช้สามารถทำการ “[รายงานคลิปวิดีโอ](https://support.google.com/youtube/answer/2802027?hl=th “target=“blank)” นั้นได้ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้คนอื่นต้องเจอปัญหาแบบของเรานะครับ อ้างอิง: [หลักเกณฑ์ของชุมชน YouTube](https://www.youtube.com/t/community_guidelines?hl=th “target=“blank)

12 กันยายน 2014

Target="blank"

วันนี้ไป Barcamp Bangkok มาแล้วคุยเรื่อง Ghost กัน แล้วสะดุดกันที่ Ghost มันทำ target=blank ยังไง ผมก็เลยไปหามา สรุปว่ามันก็ทำได้ ดังต่อไปนี้เลย หนึ่งคือ ใช้แท็ก html ปกติเลย ซึ่งมันก็ใช้ได้ใน Ghost แต่คงไม่มีใครใช้หรอก <a href="https://www.cloudian.in.th" target="blank">click me</a> หรืออีกวิธีคือทำด้วย Markdown ของ Ghost เลย [Click Me again, plz](https://www.cloudian.in.th "target="blank) ย้ำเลยนะครับว่าเครื่องหมาย " ต้องอยู่หลัง = นะครับ เพียงเท่านี้ก็ทำ target=blank ได้ละ //ส่วนกับ image markdown ผมยังไม่ได้ลอง แต่เดาว่าได้แหละ

23 สิงหาคม 2014

เหตุผลที่แท้จริงของโครงงาน SIC!!

เรื่องนี้กะเขียนมานานมากแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสได้เขียน เพราะเป็นเรื่องที่มักจะโดนถามบ่อยที่สุดถึงที่มาที่ไปของโครงงาน ระบบลงทะเบียนออนไลน์ อีกทั้งต้องตอบกรรมการด้วยเวลานำเสนอโครงงาน หลายๆครั้งก็อยากจะพูดความจริงออกไปแต่กลัวจะไม่ได้คะแนน (ฮา) เมื่อตอนม.สี่ (ตอนนี้ผมอยู่ม.หก) พวกผมกับรุ่นพี่กลุ่มนึงตั้งชมรมขึ้นมา ชมรมที่รวมเด็กคอมเข้าไว้ด้วยกันแต่กิจกรรมด้านในก็คือเอาไพ่นกกระจอกมาเล่นกัน ก็เป็นการฝึกที่ดี เพราะในกลุ่มพวกผมก็ชื่อชอบประเทศญี่ปุ่นอยู่แล้ว แล้วรุ่นพี่คนนึงชอบการ์ตูนเรื่อง Saki ด้วย ซึ่งเกี่ยวกับไพ่นกกระจอก ก็เลยฝึกๆกันตอนนั้นเลย วันหนึ่ง ขณะเล่นไพ่นกกระจอกกันอยู่อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมของพวกผมก็เสนอขึ้นมาว่า ทั้งๆที่ชมรมเป็นชมรมคอมพิวเตอร์ น่าจะทำผลงานไว้โชว์กันซะหน่อยนะ ซึ่งตอนนั้นพวกผมก็เห็นด้วยแล้วก็คิดกันว่าจะทำอะไรดี หลายๆวันเข้าทุกคนสรุปกันว่าน่าลองทำโปรแกรมที่ทำให้สมัครชมรมผ่านอินเตอร์เน็ตได้ เลยตกลงกันว่า เอาละทำผลงานนี้ละกัน การวางแผนจึงเริ่มต้นขึ้น แบ่งงานกันว่าจะเขียนโปรแกรมกันสองถึงสามคนช่วยกัน แต่สุดท้าย… ผมก็ทำคนเดียว :P ผลงานชิ้นนี้เริ่มก่อนปิดเทอมใหญ่ตอนม.สี่ประมาณสองเดือนเห็นจะได้ แต่เริ่มทำจริงๆคือตอนปิดเทอมม.สี่แล้วหลังจากผมออกจากค่ายสอวน.คอมพิวเตอร์ ทุกวันๆผมจะตื่นขึ้นมาเขียนโค้ดตั้งแต่สายๆถึงห้าทุ่ม แล้วก็นอน อันที่จริงก็มีเล่นเกมเล่นเฟสบ้าง (ฮา) ซึ่งก็ทำอย่างนี้อยู่ประมาณเกือบเดือน สุดท้ายผลงานก็ออกมาเป็นรูปร่าง ซึ่งก็ได้ใช้งานจริงๆในเวลาต่อมา ณ ตอนแรก ตัวผมไม่ได้คิดจะนำโปรเจกต์ผลงานนี้ไปส่งประกวดโครงงานเลยจริงๆ แต่เรื่องมีอยู่ว่า… วันหนึ่งขณะผมจะเดินไปห้องเซิร์ฟ ก็ดันเจอรุ่นพี่คนหนึ่งที่สนิทกัน รุ่นพี่คนนั้นก็เลยทักว่า เดี๋ยวมันจะมีงานศิลปหัตถกรรม (จัดแข่งกันอยู่ทุกปีอยู่แล้ว) ซึ่งมีรายการประกวดโครงงานด้วย ลองส่งไปสิ รุ่นพี่คนนั้นก็เสนอตัวเดี๋ยวทำรูปเล่มให้ เพราะก็คุยๆกันว่า ถ้าส่งจริงๆแค่ทำรูปเล่มให้เสร็จก็พอ เพราะระบบก็พร้อมอยู่แล้ว …นั้นแหละครับ เลยเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งประกวดโครงงานชิ้นนี้ ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นโปรเจกต์ชิ้นนี้ก็เริ่มพัฒนามาเรื่อยๆ อีกทั้งถูกอาจารย์ชวนให้ไปแข่งโครงงานเรื่อยๆ ซึ่งตอนนี้ก็มีอยู่ 4 รายการด้วยกันแล้ว เยอะมากเลยสำหรับตัวผมเอง (ฮา) แล้วแข่งเป็นไงบ้างละ? ก็อย่างที่บอกแหละครับ งานชิ้นนี้ไม่ได้ทำเพื่อแข่งครับ ทำแค่เพื่อใช้กันเล่นๆในตอนแรก ผมก็เขียนเล่นๆตอนแรก ก็เลยไม่ได้ชนะมากแต่อยู่ในระดับที่พอทำผลงานได้บ้าง การประกวดขันโครงงานศิลปหัตถกรรม -> เข้ารอบภูมิภาค ได้รับรางวัลที่ 6 หรือ 9 ผมไม่มั่นใจ การประกวดโครงงานเครือโรงเรียนวิทย์ภูมิภาค -> อันดับ 3 ซึ่งตอนนี้ก็รอเหลือแข่งอีกสองโครงการครับ ...

9 กรกฎาคม 2014

ลองนั่ง Uber แท็กซี่ระดับอีลีทสุดๆ

วันนี้ได้มีโอกาสไปลองนั่ง Uber บริการคนขับส่วนบุคคลหรือจะเรียกว่า Taxi ระดับมหาอีลีทอีไล้ก็เป็นได้ ต้องขอบคุณอภินันทนาการจาก @tonsai จริงๆ เนื่องจากวันนี้ต้องไปคุยธุระด้วยกันก็เลยลองนั่งกันซะเลยครับ Uber คืออะไร? Uber นั้นเป็นบริการคนขับส่วนบุคคลที่สามารถเรียกใช้บริการผ่านทางแอพพลิเคชั่นของสมาร์ทโฟนซึ่งเราเพียงแค่กำหนดจุดที่เราจะขึ้นรถก็พอ ทางฝ่ายคนขับก็จะขับมาหาเราทันที ซึ่งค่าใช้จ่ายจะหักผ่านทางบัตรเครดิตจึงตัดปัญหาเงินไม่พอหรือกรณีคนขับไม่มีเศษไปได้เลย ซึ่งราคาของ Uber ก็ไม่ใช่เบาๆเลย สามารถไปเช็คราคาได้ที่ เว็บไซต์ Uber ครับ เรื่องราว ตอนแรกนั่งกันที่สตาร์บั้คส์โรบินสันสีลมครับ พอเสร็จก็เลยลองเรียก Uber กันโดยให้จอดที่ป้ายรถเมล์ แต่ปรากฎหาป้ายรถเมล์ไม่เจอครับ ไม่ทราบว่าโดนถอดไปแล้วหรือไงกันแต่โชคดีที่แอพของ Uber มี GPS ติดตามรถว่าถึงไหนแล้ว สุดท้ายจึงเปลี่ยนสถานที่จอดรถเป็นอีกที่ได้จึงได้ขึ้นรถกันอย่างปลอดภัย 555 รถที่ได้นั่งเป็น TOYOTA CAMRY สีดำ หรูพอสมควรครับ เบาะปรับไฟฟ้า แอร์ของเบาหลัง พวกนี้มีหมด ผมนานๆจะเจอรถแบบนี้ที พอขึ้นนั่งปุ๊ปก็เงียบๆครับ คนขับไม่ได้พูดอะไรมาก นั่งกันสักพักเพื่อนที่มาด้วยก็เริ่มคุยกัน ผมเลยอาศัยจังหวะลองคุยกับคนขับว่าทำงานมานานยัง เขาก็บอกว่าทำงานมาตั้งแต่เปิด Uber เลย สองเดือนกว่าแล้ว แต่เขาดูโหดๆไงไม่รู้เลยไม่กล้าถามอะไรต่อ ตอนแรกนึกว่าคนขับจะเป็นผู้ชายครับ เพราะส่วนใหญ่เพื่อนเจอคนขับชายกัน แต่นี่ตอนเรียกรถจากแอพโชว์ว่าเป็นผู้หญิงก็ตกใจนิดหน่อย นึกว่ามีแต่ผู้ชาย 555 ซึ่งผมก็เป็นพวกคุยกับผู้หญิงไม่เก่งซะด้วย //ตอนนั่งกันนี้เห็นเล็บคนขับแล้วน่ากลัวจริงๆ เล็บยาวมากเลย ในภาพนั้นจะเห็น iPad ติดไว้อยู่ด้วย ผมรู้สึกว่าน่าจะเป็น GPS บอกเส้นทางกับบอกว่ารับส่งผู้โดยสารแล้ว เพราะตอนขึ้นนั่งทางนั้นก็กด iPad นิดหน่อย สุดท้ายก็นั่งถึง Central World ได้อย่างปลอดภัย บอกเลยครับตอนนั่งมารถนิ่มมาก เงียบมาก เบาะนุ่มด้วยนะครับ :D ...

25 เมษายน 2014

บทความพิเศษต้อนรับวันวาเลนไทน์

บทความนี้ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แต่จากใจเลยนะ ยิ่งใกล้วันวาเลนไทน์แค่ไหน เพื่อนผมมันทิ้งผมไปเรื่อยๆอะครับ พูดแล้วก็เศร้า ;w; พวกกลุ่มสอวน.คอมตอนนี้ก็จะสารภาพรักกับแฟนกันหมดแล้ว หลายคนก็เล็งกันหมด ส่วนผมมันก็จมปรักกับโลกส่วนตัวครับ orz อารมณ์ประมาณฮิคิโคโมริกำเริบ ก็เลยไม่มีอะไรทำแล้ว เขียนบทความต้อนรับวันวาเลนไทน์ซะเลย เนื่องด้วยเห็นคู่รักมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนขัดหูขัดตา ก็เลยลองไปค้นๆวกสถิติเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์มาเขียนละกัน (ฮา) โดยเฉลี่ยทุกปีในวันวาเลนไทน์จะมีการใช้จ่ายถึง 432.79 พันล้านบาท มีการ์ดวันวาเลนไทน์ถูกส่งหากันทุกๆปีถึง 180 ล้านใบ ของขวัญที่นิยมให้กันมากสุดในวันวาเลนไทน์คือการ์ด อันดับสองเป็นลูกอม อันดับสามคือการชวนไปดินเนอร์ ในทุกวันวาเลนไทน์ ดอกกุหลาบ 196 ล้านดอกจะถูกขายกัน (ไม่เข้าใจ ทำไมไม่ลองซื้อดาวเรืองให้กันบ้าง ราคาน่าจะถูกกว่า) ในวันวาเลนไทน์ มีเหล่าผู้ชายซื้อดอกไม้ถึง 73% ทุกคนมักบอกว่าเงินซื้อความรักไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นทุกวันวาเลนไทน์ ทุกคนก็ยังใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 3813 บาทต่อคน อยู่ดี (อาจจะบอกเป็นนัยว่าความรักมีราคาเฉลี่ยที่สามพันเฉียดๆสี่พัน 555) อันนี้แปลกดีครับ วันวาเลนไทน์นอกจากที่คนจะซื้อขนมของหวาน หรือดอกไม้ให้กัน ยังมี 29% ซื้อ Sex Toy ให้กัน (รายงานคนละฉบับกับอันบนนะครับ) 53% ของผู้หญิงในอเมริกาเลือกที่จะเลิกกับแฟน ถ้าไม่ได้ของขวัญในวันวาเลนไทน์ (น่ากลัวจริงๆ แหม่) เกือบ 50% ของการ์ดวันวาเลนไทน์ถูกซื้อไปในช่วงก่อนวันวาเลนไทน์หกวัน!!! วันวาเลนไทน์มักเป็นวันของคนมีคู่ แต่ผมก็ดันไปค้นเจอสถิติอันหนึ่งที่สำรวจเกี่ยวกับเรื่องความรู้สึกต่อคู่รักในวันวาเลนไทน์ แต่ผมจะหยิบมาแค่อันเดียวละกัน โดย 32% ของที่คนแสดงความเห็ฯต่อการอยู่ใกล้ชิดกันในวันวาเลนไทน์บอกว่า พวกคุณมันใกล้ชิดจนเว่อร์เกิน เขียนๆมาไม่มีอะไรมาก แค่ลองหาเล่นๆกันฮาๆ ยังไงก็ขอสุขสันต์วันวาเลนไทน์ล่วงหน้ากันครับ ...

23 มีนาคม 2014

รีวิว Deemo เกมส์ใหม่ที่พึ่งโหลดไม่นาน

ช่วงนี้มีแค่เขียนรีวิว เนื่องจากไม่ค่อยอยากเขียนอะไรที่เป็นคหสต.มาก เดี๋ยวเป็นประเด็นอีก (ฮา) ก็เลยกะเอาเกมส์ที่เล่นมาเขียนละกัน เพราะรู้สึกว่าเกมส์นี้มันโดนใจมา เป็นเกมส์แนวมิวซิคเกมส์ กดๆๆตามจังหวะ คล้าย Thapster หรือพวก O2Jam แต่โดยความรู้สึกส่วนตัวคือเพลงมันเพราะกว่า และมันมีเนื้อเรื่องด้วย รู้จักเกมส์นี้จริงๆเลยเพราะพี่คนนึงเขาโหลดมาเล่นแล้วเขียนบล็อก ผมก็เลยไปโหลดมาตาม ก็แบบ เพลงเพราะดีนะ โดยส่วนตัวเพลงที่ชอบที่สุดในเกมส์คือ Wing of Piano ตัวเกมส์จริงๆไม่ค่อยมีอะไรมาก คล้ายมิวซิคเกมส์ตัวอื่นๆ แต่ต่างกันจุดนึงคือคีย์ที่ให้กดปกติแล้วมันจะต้องถูกแบ่งช่องให้ตายตัว เช่น มีสี่ช่อง ห้าช่องให้กด แต่ของ Deemo นั้นมันไม่ได้ตายตัวเสมอว่าจะลงมาช่องนั้น เพราะมันจะไม่มีช่องให้ลง มันอยากลงตรงไหนมันก็ลงมาให้เรากดเลย แบบภาพด้านบน อีกส่วนที่ชอบก็คือคีย์ที่ให้กดแต่ละตัวขนาดอาจจะไม่เท่ากัน เท่าที่สังเกตมามันเหมือนมีสามขนาด สั้น ปกติ ยาว แต่ละอันจะแทนเสียงต่างกันไป เช่นเล็ก็เสียงสูง อันยาวก็แทนเสียงทุ้มๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเล่นเพลงนั้นอยู่จริงๆเลย แล้วบางทีจะมีคีย์ชนิดที่สองโผล่มา ซึ่งอันนี้ผมไม่ได้แคปภาพมาด้วย มันจะออกสีขาวๆหน่อย จะแทนเสียงอื่นที่ที่ไม่ใช้เปียโน (ผมลองฟังๆดูเหมือนคีย์สีดำจะแทนเสียงของเปียโน แต่เพลงหลังๆเหมือนจะแทนเสียงเครื่องดนตรตัวอื่นด้วย) เพลงตอนแรกถ้าจำไม่ผิดมีแค่เพลงเดียวเองมั้ง พอเราเล่นไปสักพักก็จะมีปลดล็อกเรื่อยๆ เหมือนเกมส์ทั่วไป ครับ หนึ่งเพลงเลือกได้สามระดับ Easy Normal Hard แล้วก็สามารถปรับความเร็วของตัวโน้ตได้ โดยตัวเกมส์จะมีเนื้อเรื่องแฝงอยู่ด้วย แต่แรกจะมีนักเปียโนแค่คนเดียว ในทำนองที่ว่าเดียวดายหน่อยๆ แต่พอเราเล่นไปสักพัก อยู่ๆก็จะมีเด็กสาวตัวน้อยตกลงมาจากหน้าต่าง เราจึงมีหน้าทีต้องพาเด็กคนนี้กลับ จึงปลูกต้นไม้ ซึ่งต้นไม้นี้จะโตขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่เราเล่น (ต้นไม้ในภาพบน อันนี้เล่นไปจนจบแล้วต้นเลยดูใหญ่นะครับ) ผมก็ไม่รู้นะว่าเนื้อเรื่องที่ผมเข้าใจจะถูกหรือเปล่า แต่ก็พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวกัน ...

23 มีนาคม 2014

แค่ไปเมดคาเฟ่เท่านั้นแหละ เนี๊ยว~

ไปมาตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมแล้วละ madreamin เกตเวย์ เอกมัย แต่ยังไม่ได้เขียนเลย เนื่องจากมีบทความอื่นให้มาเขียนตัดหน้าไปก่อน และก็อู้งานนิดๆ (」・ω・)」อู้!! (/・ω・)/ งาน!! (」・ω・)」อู้!! (/・ω・)/ งาน!! (」・ω・)」อู้!! (/・ω・)/ งาน!! (」・ω・)」อู้!! (/・ω・)/ งาน!! (」・ω・)」อู้!! (/・ω・)/ งาน!! ออกทะเลตั้งแต่เริ่มบทความ เกริ่นง่ายๆคือ ไปมาแล้วละ สนุกมากๆ สนุกตั้งแต่ไปรอเพื่อนแล้วละ ไปกันสามคนครับ นับรวมกระผมด้วย สามคนบ้าการ์ตูนหมด แหน่ะๆ ก็ผมนัดกับเพื่อนคนนึงไว้ที่จตุจักร ตอน 12.30 แล้วเพื่อนอีกคนตอน 13.00 น. ครับ ผมตื่นแต่เช้า อุ้ยจะได้ไปแล้ว ตื่นเช้าหน่อยดีกว่า อิอิ แล้วก็ตื่นมาตอนเก้าโมง นั่งทำงานต่อ งานอะไรหรอครับ ก็อ่านได้จากบล็อคที่แล้วครับ งานธีมสึกิโกะ งานนี้แหละครับ –> http://blog.cloudian.in.th/?p=95 ต้องการจะเอาไปอวดเพื่อน ก็เลยเขียนๆๆๆๆ ออกจากบ้านตอน 11 โมงกว่าๆ ขณะถึงสยามก็เห็นว่าจะ 12.30 ละ เลยโทรหาเพื่อนคนที่หนึ่ง “อยู่ไหนแล้ว นี่เขาอยู่สยาม” “อยู่เมเจอร์ กำลังขึ้นรถ” /me = =” ผมก็ไม่มีอะไรทำ พอถึงจตุจักรกะจะไปเดินเล่นที่พิพิฒภัณฑ์เด็กแล้วละ แต่ก็ไปไม่เป็น (กาก) เลยเดินไปรถไฟใต้ดินแทน เพราะเป้าหมายที่นัดก็คือตรงนั้นอยู่แล้ว ความจริงแล้วคือผมอยากลองมาดูร้าน HobbyMoe ดู เนื่องจากสั่งฟิกเกอร์ไป ฟิกน้องแมวสึกิโกะ แกลบกันทีเดียว ลองเดินลงไป ไปเจอ MRT Tarad.com ทึ่ง โอ้ บร๊ะ นี้คืออัลไลกาน ไม่เคยเห็น (ปกติ neet อยู่บ้าน ไม่ค่อยพบเจอโลกภายนอก) พึ่งรู้ที่นี่มันร้านพวกฟิก ของเล่นญี่ปุ่นเยอะมาก ...

23 มีนาคม 2014

SIC Project โปรเจกต์ที่สองกับ PHP

เขียนใช้เวลาเกือบเดือนกับโปรเจกต์ที่สองที่ใช้ PHP เหนื่อยมาก เขียนประมาณสามสัปดาห์เห็นจะได้ ช่วงสัปดาห์แรกๆก็เขียนไปเล่นเกมส์ไป แต่พอมาใกล้ๆสัปดาห์ที่สามก็เริ่มละ ตื่นมาเขียน เขียน เขียน กินข้าว เขียน เขียน เขียน กินข้าว เขียน เขียน เขียน นอน แล้ววนลูปใหม่ แต่ก็มีเล่นเฟสบ้างอะไรบ้าง เวลาคิดไม่ออกก็เล่น ซึ่งก็เล่นทุกวันนะ โปรเจกต์ตัวนี้ส่งโครงงานผมว่าผมเสร็จละ ไม่ต้องทำอะไรต่อละ ตอนแรกก็คิดจะทำส่งโครงงานนะ แต่คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่ามันอาจจะง่ายเกินสำหรับโครงงานโรงเรียน ก็เลยทำเกมส์ในโครงงานแทน จุดเริ่มต้นขอโปรเจกต์นี้ต้องบอกว่ามาจากชมรมไพ่นกกระจอก ซึ่งตั้งชื่อว่าชมรมคอมพิวเตอร์เพื่อบังหน้า อิ_อิ แต่แล้วก็เริ่มเกิดไอเดียกันว่าอยากให้ชมรมมันมีอะไรบ้าง ก็ลองๆคิดกัน ประจวบกับรุ่นพี่คนนึงที่โรงเรียนบ่นๆว่า อยากได้ระบบแบบมหิดลวิทย์นะ อะไรๆก็ทำออนไลน์หมด มันเจ๋งดี ผมก็เลยเกิดไอเดีย ทำระบบลงทะเบียนออนไลน์มันซะเลยละกัน ก็เลยเกิดเป็นโปรเจกต์นี้ขึ้นมา ถ้านับวันเริ่มคิดก็ประมาณเกือบห้าเดือนก่อนโปรเจกต์เสร็จได้นะครับ ขณะทำก็มีปัญหาเยอะมากครับ ตอนแรกก็คิดว่า จะออกแบบไง? ดูเป็นเรื่องลำบากมาก แต่หลังจากคิดไม่กี่วันก็คิดว่า ทำๆไปเหอะ ยัดๆไปตามต้องการ อะไรไม่จำเป็นก็ไม่ต้อง ส่วนเหลือ CSS พวกนี้แน่นอนครับ… ผมไม่มีทางยอมเขียนเองแน่นอน เลยไปใช้ Bootstrap ของ Twitter ละกัน ใช้งานง่าย และโปรเจกต์หลายตัวของผมก็ใช้เจ้านี้มาโดยตลอด ![] (https://media02.hongkiat.com/twitter-bootstrap/twitter-bootstrap.jpg) เรื่องกราฟฟิกก็ผ่านไป ต่อมาก็ส่วนของระบบ Login เนื่องจากผมไม่เคยเขียนอะไรพวกนี้มาก่อน ก็เลยต้องทำความเข้าใจพวกนี้ก่อนเขียน ก็เลยหาวิธีที่ใช้เขียนจำพวก “การเข้าสู่ระบบ” ก็ไปเจอว่าต้องใช้ Session ซึ่งเป็นตัวแปรประเภทหนึ่งของ PHP (ผมเรียกว่าตัวแปรนี้ไม่รู้ถูกหรือเปล่านะครับ) แต่ทว่าตอนกำลังพยายามเขียน Session นั้น ก็ถ้าจำไม่ผิดนะครับ พี่ @awkwin ก็เสนอวิธีที่ดีกว่าให้ผม ว่าให้ใช้ตัว Login ของ WordPress ไปเลยสิ มันดีกว่า ปลอดภัยกว่าด้วย ก็เลยเปลี่ยนแผนใหม่ทั้งหมดครับ เปลี่ยนไปใช้ WordPress เป็นตัวรองรับแทนละกัน สรุปก็คือใช้ฟังค์ชั่นของ WordPress มาทำงานแทนครับ ไม่ต้องเขียน และก็คิดว่ายังไงก็ตาม มันปลอดภัยกว่าผมเขียนเองนะครับ ...

23 มีนาคม 2014