/ review

อ่านแล้วบอกต่อ "มิโคชิบะ กาคุโตะ กับ ความน่าจะเป็นของเจตนาฆาตกรรม"

ซื้อมาดองนานมาก หลายเดือนละพึ่งได้อ่าน พบกับ มิโคชิบะ กาคุโตะ กับ ความน่าจะเป็นของเจตนาฆาตกรรม (ชื่อยาวไปไหน) นิยายแปลจากญี่ปุ่นของค่าย Enter Books

เป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับรองศาสตราจารย์ด้านคณิตศาสตร์ที่เอาความสามารถทางคณิตและความน่าจะเป็นมาช่วยไขคดีต่างๆ ตามคอนเซ็ปต์พระเอกเก่งๆทั่วไป พระเอกจะนิสัยไม่น่าคบหา ออกไปทาง NEET ชอบเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร (เจอแนวพวกนี้จนเบื่อ)

ส่วนนางเอกเป็นตำรวจที่ยึดมั่นในความยุติธรรมที่พึ่งโดนพักงานเพราะเป็นหนึ่งในส่วนร่วมของการสอบปากคำที่มีการทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา เลยกลายเป็นย้ายมาอยู่กับพระเอกแทน

โดยรายละเอียดก็ดำเนินเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวกับการสืบสวนทั่วไป แต่ไม่ต้องห่วงสำหรับคนเบื่อโคนัน คดีส่วนใหญ่ไม่มีทริคซับซ้อนเส้นเอ็นพันประตู ฆาตรกรรมในห้องปิดตาย ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการสอบปากคำผู้ต้องหาเพื่อให้ได้ความจริงที่จริงที่สุดออกมา

ตอนแรกที่ผมอ่านก็รอว่าพระเอกมันจะใช้ทฤษฎีคณิตศาสตร์ล้ำๆอะไรออกมาไหม (ความจริงต้องบอกว่ารอนักเขียน) ซึ่งอ่านไปแรกๆก็ไม่มีเลย ผมนี่อ่านไปบ่นไปเลยว่า ไม่มีอะไรเลย เพราะส่วนใหญ่ก็เอาหลักความน่าจะเป็นในระดับมัธยมที่เราๆคุณๆเคยเรียนกันมาแล้วมาใช้ ซึ่งมีบางส่วนที่ใช้คณิตขั้นสูง (ตัวละครเขาว่างั้น) แต่ก็ไม่ได้มีการอธิบายอะไรลึก เหมือนกล่าวลอยๆ จนผมแทบจะวางหนังสือลงละ แต่บังเอิญจริงๆ อ่านจบส่วนแรกดันเปิดไปเจอภาพนางเอก

อืมมมมม ก็น่ารักดีนะ งั้นอ่านต่อซะหน่อย นี่เลยกลายเป็นเหตุผลให้ผมอ่านจนจบ (ไม่ใช่ละ) อันที่จริงก็มีเหตุผลอื่นรวมอยู่ด้วย ซึ่งคือเมื่ออ่านไปท้ายๆแล้วจะพบว่าจุดประสงค์ของพระเอก (หรือคนเขียน) ไม่ใช่การอ้างหลักการทางคณิตศาสตร์ล้ำระดับคนโง่ๆที่ได้เกรดสองคณิตจะไม่เข้าใจมาอ้าง แต่ต้องการแสดงให้เห็นว่าเราสามารถเอาหลักการคิดอย่างเป็นระบบของคณิตศาสตร์มาใช้ในการหาเหตุผลต่างๆรอบตัวเราได้แทนที่จะใช้สิ่งที่เรียกว่า เซ้นส์ หรือ ความรู้สึก

สรุป

ก็ไม่มีอะไรมาก อ่านเพลินๆก็สนุกดี นี่อ่านจบแล้วก็อยากหาเล่มใหม่มาอ่านต่อทันที ทั้งๆที่ตอนแรกซื้อมาโดยบังเอิญ (จะซื้อหนังสือเรียน ไปเจอนิยายแทน) ซึ่งถ้าคนไม่ชอบนิยายก็ไม่เป็นไร เพราะมันมีทำเป็นมังงะ(หนังสือการ์ตูน) ขายด้วยในชื่อ สืบคณิตพิชิตคดีกับมิโคะชิบะ กาคุโตะ (Kakuritsu Sousakan Mikoshiba Gakuto) ของสำนักพิมพ์ NED ครับ ก็หาอ่านกันได้ แต่แนะนำให้อ่านนิยายมากกว่าเพราะจะได้อรรถรสครบถ้วน ถึงแม้ว่าจะรู้สึกว่าแปลแข็งๆไปบ้างก็ตาม