/ food

3 เดือนผ่านไป วัน ๆ ผมกินอะไรในญี่ปุ่น...

รอรันงานครับ ทำอะไรไม่ได้ ต้องรอข้อมูล คอม 32 Core รันมากเกินมันร้อน แล้วมันร้อง... คนในแล็ปมองหน้าผมแล้วอายเขาเวลาเครื่องร้อง เลยต้องหาอย่างอื่นทำรอ สรุป มาเขียนบล็อก...

เขาบอกว่าสำหรับคนไทย มีสองอย่างที่สำคัญในชีวิตครับ อาหาร กับ อาหารมื้อต่อไป... ซึ่งปกติผมเป็นคนแบบนั้น กินมื้อเที่ยง กินเสร็จก็นึกต่อเลยว่ามื้อเย็นกินอะไรดี จนกระทั่งเมื่อวาน... คิดไม่ออกว่ากินอะไรดี เลยตระเวนถามหาข้อมูลและถามคนญี่ปุ่นว่าปกติวัน ๆ นึงพวกยูกินอะไรกัน

โดยปกติแล้วเวลาหาข้อมูลในเน็ตหรือถามเพื่อนและคนใกล้ตัวเขาก็จะแนะนำโซบะ ข้าวหน้าปลาดิบ ซูชิ เทปันยากิ เนื้อย่าง สุกี้ยากี้ ฯลฯ แต่ประเด็นคือผมไม่ใช่นักท่องเที่ยวไงคุณ... การแนะนำให้คนอยู่ญี่ปุ่น 3 เดือน และยังต้องอยู่อีก 2 เดือนไปกินของแบบนั้นไม่ต่างกับแนะนำให้คนไทยที่ถามว่าเที่ยงนี้กินอะไรดีไปกินต้มยำกุ้ง เนื้อจระเข้ โต๊ะจีน หมูกระทะกันเลยจริง ๆ คือ มันแพง... มันไม่ใช่อาหารกินประจำวัน ผมต้องการอาหารที่กินประจำวัน

ซึ่งวันนี้คุยกับคนในเน็ต (ทวิตเตอร์) พอดีว่าปกติอยู่นี่คนทั่วไปวัน ๆ มันกินอะไรกัน ก็เลยคิดว่ามาเขียนบล็อกแนะนำอาหารแบบทั่วไปที่หาไม่เจอตามรีวิวท่องเที่ยวญี่ปุ่น

ในบล็อกนี้ขอใช้หน่วยความ "แมส" ในการอธิบายความธรรมดาของอาหารแต่ละอย่าง เช่น "ข้าวแกงไทยแมสมาก เพราะคนมันกินกันทุกวัน แต่ BBQ Plaza นี่แมสน้อยกว่า เพราะกินกันแค่ตอนเวลาพิเศษ หรือ เงินเดือนออก..." งี้เป็นต้นครับ

อ่อ และก็อ่านบล็อกตอนก่อนได้นะครับ ไม่ได้โฆษณา แต่ก็ไปอ่านเถอะ ครึ่งปีกับชีวิตติดเกาะญี่ปุ่น Part 1

อ่อ อีกอย่าง... เขียนจากประสบการณ์ตรงผม และข้อมูลที่ได้มาจากคนญี่ปุ่นกันเองง ไม่ตรงก็ด่าได้ แต่ด่าแล้วแชร์บล็อกด้วยครับ

เริ่มจากอย่างแรก

อาหารโรงอาหาร: แบบเซ็ต (ระดับความแมส: ข้าวแกงไทย)

โรงอาหารบริษัท มหาลัย โรงเรียน โรงพยาบาลในไทยที่ไหนไม่มีข้าวแกงก็เถียงมาได้นะครับ เผื่อข้าวแกงมันไม่แมสพอ...

ผมถามคนญี่ปุ่นคนนึงว่า "เห้ ๆ ปกติยูกินไรประจำวัน" คำตอบ คือ พวกข้าวเซ็ตแบบญี่ปุ่นที่เห็นกันในอนิเมะและซีรี่ส์ ข้าวสวยถ้วยนึง, ปลาย่าง หมู ไก่แล้วแต่มื้อ, ซุปมิโซะ และ พวกผักผลไม้ต่าง ๆ แต่บางวันเขาก็บอกว่ากินราเมง

ภาพสี่ภาพปนกันระหว่างของโรงอาหารของหอพักที่ NIT Kosen Sendai และ โรงอาหารคณะวิศวะของ Hokkaido University (HU) ครับ ภาพไหนถาดมีสีดูดีหน่อย ก็นั่นแหละครับ ของ Hokkaido University (HU)

ราคาของที่ Kosen จะประมาณ 300-500 ผมจะได้คร่าว ๆ ประมาณนี้ แต่ของ HU จะอยู่ที่เราหยิบกับข้าวครับ ข้าวสวยมีสามไซส์ Small, Medium, Large ปกติผมหยิบจะโดนอยู่ที่ 400-600 เยนครับ

ความอร่อย... HU อร่อยกว่าครับ แต่แพงกว่าด้วย และมันเลือกได้ ถ้าพวกคุณย้อนไปอ่านบล็อกตอนก่อนผม ก็จะพบว่าของ Kosen มันเลือกได้แบบมีข้อจำกัดมาก...

อ่อ โน้ตไว้ครับว่าความจริงอาหารโรงอาหารมีข้าวหน้าต่าง ๆ ด้วยแต่รสชาติมันกับคุณค่ามันดูไม่ค่อยน่าสนใจ ผมเลยไม่ได้พูดถึง คือ ไม่ค่อยได้ลองด้วย มองแล้วไม่ค่อยน่าสน...

อาหารโรงอาหาร: ราเมง, โซบะ, อุด้ง (ระดับความแมส: ก๋วยเตี๋ยวชามละ 40)

บางคนบอกกินพวกข้าวเซ็ต ๆ มากกว่า บางคนบอกกินพวกเครื่องน้ำแบบนี้มากกว่า อันนี้แล้วแต่คนที่ผมถาม ก็เป็นสไตล์เหมือนเลือกระหว่างข้าวแกงกับก๋วยเตี๋ยวครับ แมสพอกัน...

ปกติในญี่ปุ่นมันจะมีสามเส้นที่เห็นหลัก ๆ โซบะ, อุด้ง, และ เส้นราเมง

อุด้ง... ก็อุด้งแหละครับ น่าจะรู้จักกันหมด

โซบะกับราเมงนี่คนละอย่าง มาตอนแรกผมไม่รู้... โซบะเส้นเหลี่ยมแข็ง ๆ หน่อย ส่วนราเมงก็ตามที่เห็นในฮาจิบัง เหลืองอย่างกับหมี่เหลือ แต่เส้นหนากว่า นุ่ม เหนียว กรอบ แล้วแต่ร้านครับ

อันนี้ของ Kosen

ส่วนนี่ของ HU

ถ่ายมาแค่สองอย่าง ความจริงกินมากกว่านี้ อยู่ที่ HU ไม่ค่อยกล้าถ่าย ดูเหมือนนักท่องเที่ยวเกินครับ...

ราเมงที่นี่จะออกไปทางเค็มกับมัน (คิดว่าเป็นเหมือนกันหมดทั้งประเทศ...) ถูกปากคนที่นี่มั้งครับ แต่ผมไม่ชอบมันและเค็ม เลยไม่ค่อยได้กินบ่อย ส่วนใหญ่ชามนึงก็ 400-600 เยน ไม่แพงมาก แต่ของ HU มันให้หมูน้อยมาก... ชิ้นเดียวอ่ะคุณ จะร้องไห้

ครั้งนึงเคยสั่งอุด้งกับเทมปุระ มโนภาพคือกุ้งหรือผักชุบแป้งทอดลอยด้านบนสวย ๆ น่ากิน แต่ด้วยความราคามันถูกแบบอาหารโรงเรียนมหาลัย เทมปุระมันมาแค่ผักที่เป็นเส้น ๆ เล็ก ๆ ชุดแป้งเป็นแพแล้วใส่มาให้... จะร้อง...

อ่อ แต่พวกราเมงด้านนอกผมไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเท่าไหร่ พวกราเมงด้านนอกราคาจะประมาณ 600 เยนขึ้นไป ก็จะได้คุณภาพดีหน่อย อิ่มแน่นท้อง หรืออย่างภาพด้านล่างนี้ โซบะกับเทมปุระราคา 1000 กว่าเยน ก็อร่อยมากนะครับ แต่ราคาพันอัพ ผมถือว่าแพงหมด... เลยไม่ค่อยได้กินบ่อย

Yoshinoya (ระดับความแมส: อาหารตามสั่ง)

ถ้าเป็นในไทย เราพูดถึงโยชิโนยะมันก็จะไฮโซหน่อย ถึงไม่ได้เท่า Zen, FUJI หรือร้านแพงอื่น ๆ แต่มันก็แพงอยู่ดีเพราะราคามันแตะที่ร้อยอัพเกือบหมด

ตะ.. แต่ เมื่อมันมาอยู่ญี่ปุ่น มันลดเกรดเหลือแค่ระดับความเป็นร้านอาหารข้างทาง... ผมไปโดนที่ Sendai city ตอนรอรุ่นพี่คนนึง มันเป็นร้านอาหารที่ไม่มีอะไรนอกขากข้าวหน้าเนื้อและหมูและอื่น ๆ นิดหน่อย คนเดินเข้าไปนั่งโต๊ะ หรือ เคาเตอร์ (ผมโดนเคาเตอร์) เรียกพนง.สั่ง กิน ๆ จ่ายเงิน เดินออก แล้วพนง.ก็เดินมาเก็บจาดกับปาด ๆ ผ้าเช็ดโต๊ะ

ทุกวันนี้ฉากปาดผ้ายังติดตามผมอยู่เลย ฟีลลิ่งเหมือนป้าร้านตามสั่งเดินมาเคลียร์โต๊ะให้นศ.แถวลาดกระบังมาก คือ ฟีลร้านข้างทางในไทยมาก คนมากินก็คือมารีบ ๆ กินให้อิ่มแล้วเดินออกไป มนุษย์ทำงานเหมือนจะชอบกัน

ราคาใกล้ ๆ กับอาหารโรงอาหารเลยครับ ไม่แพง เพราะ แมส

Sushi (ระดับความแมส: MK, BBQ Plaza)

ทุกครั้งที่พูดถึงอาหารญี่ปุ่น คุณจะนึกถึงซูชิ แต่ คนญี่ปุ่นไม่ได้กินซูชิเป็นอาหารหลัก...

ครั้งแรกที่ผมพูดถึงซูชิกับคนญี่ปุ่นไม่ว่าจะที่ไหน มันจะหันมาตอบอย่างแรกเลยว่า "คนญี่ปุ่นไม่ได้กินซูชิทุกวัน" น่าจะฟีลเดียวกับฝรั่งถามว่าทำไมยูไม่กินต้มยำกุ้งมื้อนี้ เอ้า! ก็ไอไม่ได้กินต้มยำกุ้งทุกวัน... มันเป็นมื้อพิเศษ

คนญี่ปุ่นบอกให้ฟังว่าส่วนใหญ่เขาก็กินกันในวันพิเศษ โอกาสพิเศษ (น่าจะวันเงินเดือนออกด้วย เขาไม่ได้บอกนะ ผมเดา) เพราะฉะนั้นอาหารที่กินในโอกาสพิเศษในไทยมันมีอยู่ไม่กี่ร้านดัง ๆ ครับ และหนึ่งในนั้นคือ MK (แต่ส่วนตัวผมชอบ BBQ Plaza...)

ราคามันแพง ประเด็นแรก คนเราคงไม่กินอาหารมื้อละ 2000 - 6000 เยนกันว่าเล่นทุกวันถ้าอาหารต่อมื้อเฉลี่ยมันราคาประมาณ 500 เยน เพราะฉะนั้นวันหลังถ้าผมไปถามใครว่าพรุ่งนี้กินอะไรดี ช่วยอย่าตอบว่า "ไปกินซูชิสิ!" เว้นแต่โอนเงินมาให้ครับ (หลังไมค์ถามพร้อมเพย์ได้ ถ้าอยากโอน)

อ่อ ผมกินทุกต้นเดือนเหมือนกันนะ แต่เดือนที่แล้วไม่ได้กินเพราะไปกินเนื้อย่างมาแล้ว... แล้วก็ไม่ว่างด้วย ปั่นงานรัว ๆ แต่ซูชิในญี่ปุ่นเทียบกับราคาในไทย ปกติเทียบด้วยอัตราแลกเปลี่ยนไม่คำนวน GDP หรือ ค่าแรงขั้นต่ำ อาหารในญี่ปุ่นมักแพงกว่าในไทย แต่สำหรับซูชิในญี่ปุ่นมันถูกใกล้ ๆ ไทยมากและคุณภาพดีกว่ามาก คุณไม่สามารถหาซูชิราคา 30-60 บาทแบบปลาสดคุณภาพดีเยี่ยม ชิ้นใหญ่ ๆ ในไทยได้ หาได้ก็ยาก ปกติไปกินซูชิราคาเท่านี้ไม่ค่อยได้แบบเลิศ ๆ เท่าไหร่ แต่ในญี่ปุ่นคุณหาได้! อร่อยด้วย ลองมาสามร้านแล้ว

Wako (ระดับความแมส: Wako)

เป็นมื้อแรก ๆ ที่กินเลย แต่ร้านในญี่ปุ่นไม่มีหม้อข้าวให้ตักแบบไทยแหะ...

ร้านวาโก้ (ร้านชุดชั้นใน ผมเรียกงั้น มันออกเสียงคล้าย ๆ กัน...) ขายทงคัตสึ อยู่แถวสยามแต่ที่นี่คืออยู่ Sapporo Station สมัยอยู่ไทยผมชวนเพื่อนไปกินมันไม่มีคนไปกิน สุดท้ายต้องมากินคนเดียวที่ญี่ปุ่น... ความแมสของมันดูเท่ากับไทย คือ ร้านอาหารในห้างทั่วไปที่คนทั่วไปเขากินกัน แต่ในไทยคนมีตังค์เขากินกันเพราะราคามันสูงกว่าอาหารปกติหลายเท่า...

อร่อยครับ แต่ไหงกินไปครึ่งทางแล้วเลี่ยนไม่รู้ ข้อดีคือ! วาโก้ที่นี่ (Sapporo station) มีเมนูอังกฤษ! เย้! ผมมาวันแรก ๆ เลย เดินเข้าไปพนักงานเดินมาหาผมก็เสนอชุดเซ็ตอาหารกลางวันให้ ผมฟังพอออกนะภาษาญี่ปุ่น แต่ตอบไม่ได้ แล้วเขาถามอะไรบางอย่างเพิ่ม ผมฟังไม่ออก ก็เลย "sorry?" กลับไป เขาก็รู้ทันทีแล้วหันไปหยิบเมนูอังกฤษมาให้ ถือว่าเยี่ยมครับ

ราคาไม่ต่างจากราคาไทยที่เปลี่ยนค่าเงิน พันกว่าเยนเหมือนกันครับ

ข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อ (ระดับความแมส: ข้าวกล่องเซเว่น)

ถึงผมจะบอกว่ามันแมสเท่ากับข้าวกล่องเซเว่น แต่คุณภาพมันดีมากนะ พวกข้าวกล่องในญี่ปุ่นนี่อายุประมาณหนึ่งวัน ไม่เก็บข้าง มันเลยสดอร่อยกว่าข้าวกล่องในไทย (มั้ง) ซึ่งไม่แพงด้วย ราคาประมาณ 400-600 เยน อร่อยเทียบเท่ากับอาหารญี่ปุ่นดี ๆ สักมื้อในไทยเลย

อย่างที่ Hokkaido มีสะดวกซื้อชื่อ Seico Mart ร้านนี้พิเศษคือทำข้าวกล่องสด ๆ ในร้านเลยแล้ววางขาย แล้วมีที่นั่งกินในร้านบางสาขาด้วย สะดวกมาก ผมนี่ซื้อมานั่งกินในร้านประจำ

ความแมสนี่เอาจริงมันแมสกว่าข้าวกล่องเซเว่นหน่อย ปกติอยู่ไทยไม่ค่อยเห็นคนกินข้าวกล่องเซเว่นบ่อย แต่อยู่นี่เจอคนซื้อข้าวกล่องสะดวกซื้อเยอะมาก โดยเฉพาะพวกในซุปเปอร์ที่ข้าวกล่องมันลดราคาค่ำ ๆ ก็นั่นแหละขายดี เคยไปแย่งสินค้าลดราคาหลายรอบเหมือนกัน คุ้มครับ!

เพราะฉะนั้นเวลาดูอนิเมะหรือซีรี่ย์แล้วตัวละครมันนั่งกินข้าวกล่องสะดวกซื้อคนเดียวเงียบ ๆ อย่าไปเศร้าครับ มันอร่อย!

มาม่า (ระดับความแมส: มาม่า)

คือ... มันแมสพอ ๆ กันอ่ะครับ ผมไม่รู้จะเทียบไง มันก็มาม่า... ราคาก็ 150-400 เยน แล้วแต่ความไฮโซของมาม่า มีหลายแบบมาก พวกแบบแห้งนี่ยังไม่เคยลอง ขี้เกียจไปเทน้ำทิ้ง...

มาม่านี่ผมซื้อตุนห้องไว้ตลอด เวลาขี้เกียจเดินไปหาอะไรกินด้านนอก และช่วงนี้พายุเข้าบ่อยเผื่อออกไปไหนไม่ได้ด้วย มีประโยชน์ครับ กินแล้วเป็นโรคไตก็ช่างมัน คนจะกิน

อาหารไทย (ระดับความแมส: อาหารญี่ปุ่นในไทย)

ข้าวผัดกะเพราเนื้อไข่ดาว

ข้าวมันไก่

ข้าวไก่ย่าง

คือ อาหารไทยจัดเป็นอาหารต่างประเทศ พวกอาหารต่างประเทศมันก็ราคาสูงกว่าอาหารปกติโดยเฉลี่ยเสมอเพราะปัญหาเรื่อนำเข้าวัตถุดิบ แต่อยู่นี่ผมโชคดีเจอร้านกะเพรา (คือร้านมันชื่อ Gapao เลย) อยู่ติดกับประตูมหาลัยเลย ราคา 500 - 700 เยนต่อจาน อร่อยกินประจำจนเจ้าของร้านจำหน้าได้

ร้านอาหารไทยมีกระจายพอควรในหัวเมืองใหญ่ ๆ ซึ่งคนญี่ปุ่นเขาก็ดูชอบกัน แต่มันก็ไม่ได้แมสมาก อารมณ์เหมือนเราอยู่ไทยแล้วเพื่อนชวนไปกินอาหารญี่ปุ่นกันไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่นชามละ 60 แถวข้างมหาลัยหรือร้านดี ๆ แถวสุขุมวิทที่มันขายจานละร้อยกว่า มันก็ดูแมสน้อยกว่าอาหารไทยข้าวแกงธรรมดา

ก็ประมาณนี้อาหารญี่ปุ่น พวกอาหารที่บล็อกท่องเที่ยวชอบแนะนำกันผมไม่ค่อยได้ไปกินเท่าไหร่ มันแพงผมไม่ได้มาเที่ยว... ผมมาอยู่ระยะยาว (หกเดือนก็ยาวแหละ...) และบางร้านมันไกลด้วย เช่น ผมไปมหาลัยใช้เวลา 10 นาที แต่ถ้าไปหาร้านพวกนั้นกินระหว่างทางผมต้องปั่นจักรยานเพิ่มอีก 20 นาทีไปกลับงี้ครับ ไม่คุ้มเท่าไหร่ อีกอย่างช่วงนี้ปั่นงาน งานยังไม่เสร็จด้วย

แถมอะไรตลก ๆ คือ มีวันนึงคนญี่ปุ่นกับผมคุยเรื่องอาหารที่กินกันประจำ

ญป: ยูอยู่ไทยปกติกินอะไร
ผม: ผัดกะเพรา ไอกินทุกวันเลย
ญป: แล้วยูมาอยู่ญี่ปุ่นแล้วปกติวัน ๆ ยูกินอะไร
ผม: ก็ผัดกะเพราไข่ดาว
ญป: .....

จบ เย้

Boonyarith Piriyothinkul

Boonyarith Piriyothinkul

อ่านบล็อกนี้ให้เหมือนเราไปนั่งเม้าท์ให้ฟังตรงหน้า

Read More